วันที่ 27 ส.ค.69 - ตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. เข้าจับกุม นายประวิทย์ อายุ 54 ปี หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3  การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 
ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเป็นการตอบแทนในการจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริต ผิดกฎหมาย หรือใช้อิทธิพลให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต

คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหาย ซึ่งทำงานเป็นพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน หลังอ้างว่าถูกชักชวนให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการช่วยเหลือในการสอบบรรจุเข้ารับราชการ  จากข้อมูลของตำรวจ ผู้เสียหายได้รับการแนะนำให้รู้จักกับหญิงรายหนึ่ง ซึ่งต่อมาได้กล่าวอ้างว่า “นายกเฮง” มีโควตาและสามารถช่วยให้บุคคลได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในหลายตำแหน่งได้

Advertise

ช่วงกลางปี 2566 ผู้เสียหายเดินทางไปพบนายประวิทย์ พร้อมแจ้งความประสงค์สมัครตำแหน่งนักวิชาการศึกษา กลุ่มภาคกลาง เขต 2 โดยมีการกล่าวอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้คณะกรรมการจัดสอบ  ผู้เสียหายจึงมอบเงินสดครั้งแรกจำนวน 100,000 บาท เพื่อจองตำแหน่ง และได้รับแจ้งว่า หากมีรายชื่อสอบผ่านจะต้องชำระเงินให้ครบ 650,000 บาท ต่อมา ผู้เสียหายยังถูกชักชวนให้สมัครสอบบรรจุครู โดยครอบครัวนำที่ดินไปเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ และเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 มีการโอนเงินอีก 270,000 บาท เข้าบัญชีของผู้ถูกกล่าวหาอีกราย 

หลังจากนั้น เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดรับสมัครสอบอีกครั้ง ผู้เสียหายถูกชักชวนให้สมัครตำแหน่งนักวิชาการศึกษา และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ได้นำเงินอีก 280,000 บาท ไปส่งมอบ  รวมเงินที่ผู้เสียหายอ้างว่าส่งมอบทั้ง 3 ครั้ง เป็นเงิน 650,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อประกาศผลสอบ ผู้เสียหายไม่ผ่านการคัดเลือก จึงติดตามทวงถามเงินคืน แต่ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมนายประวิทย์ได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดี พร้อมเปิดช่องให้ประชาชนที่เคยได้รับความเสียหายจากการเรียกรับเงิน การเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือการทุจริตเกี่ยวกับการสอบ เข้าให้ข้อมูลกับ บก.ปปป. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้น นายประวิทย์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามกฎหมายจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด