วันที่ 27 ส.ค.69 - นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เปิดเผยว่า กรรมาธิการฯ ได้เชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าชี้แจงเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงวันที่ 22–24 สิงหาคม 2569 เพื่อสอบถามถึงสาเหตุ รูปแบบการก่อเหตุ และมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
หน่วยงานที่เข้าชี้แจงประกอบด้วย สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจภูธรภาค 9 การเชิญหน่วยงานครั้งนี้มีขึ้นหลัง สส.จากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 14 คน ยื่นหนังสือต่อประธานกรรมาธิการฯ ขอให้ตรวจสอบมาตรการและแนวทางป้องกันเหตุในอนาคต รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้บาดเจ็บรายหนึ่งอ้างว่าได้รับบาดเจ็บจากอาวุธที่ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์
นายมณเฑียรระบุว่า กรรมาธิการฯ ต้องการให้ข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวมีความชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่ยอมรับว่าข้อมูลบางส่วนเป็นข้อมูลด้านความมั่นคงและอาจมีข้อจำกัดในการเปิดเผย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีรูปแบบแตกต่างจากเหตุในอดีต เนื่องจากเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อาคารราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสาไฟฟ้า รถยนต์ และกล้องวงจรปิด มากกว่าการมุ่งทำร้ายประชาชนโดยตรง
นายมณเฑียรกล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินมายาวนานกว่า 20 ปี และมีความซับซ้อนจากหลายปัจจัย หากยังไม่สามารถระบุสาเหตุของเหตุการณ์แต่ละครั้งได้อย่างชัดเจน ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ยาก สำหรับประเด็นที่เคยมีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่เกิดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น นายมณเฑียรระบุว่า เบื้องต้นไม่เห็นความเชื่อมโยงในประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุว่า ปัจจัยที่มักถูกนำมาพิจารณาในการวิเคราะห์เหตุการณ์ในพื้นที่มีหลายด้าน ทั้งประเด็นขบวนการแบ่งแยกดินแดน การลักลอบค้าของผิดกฎหมาย ยาเสพติด งบประมาณ และการเมือง ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านการตรวจสอบด้วยข้อมูลและหลักฐาน ส่วนกรณีที่มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่ม BRN รุ่นใหม่ นายมณเฑียรระบุว่า ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อนสรุปว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่
สำหรับแนวทางการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ประธานกรรมาธิการฯ ย้ำว่า การเจรจาจะเกิดผลได้ต้องพูดคุยกับกลุ่มหรือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อสถานการณ์จริง หากพูดคุยกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงก็อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เป้าหมายสำคัญในเวลานี้จึงอยู่ที่การรวบรวมข้อเท็จจริงให้ชัดเจน ระบุสาเหตุและผู้เกี่ยวข้องให้ตรงกับสถานการณ์จริง ก่อนกำหนดแนวทางแก้ไข ทั้งด้านความมั่นคงและการพูดคุยเจรจา เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม




