วันที่ 27 ส.ค.69 - สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กรมชลประทานแจ้งเตือนพื้นที่ 11 จังหวัดให้เตรียมรับสถานการณ์ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร
ล่าสุด สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านได้ประมาณ 1,042 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการติดตามมวลน้ำเหนือก่อนเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.70 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 9.30 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนประมาณ 620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานยังผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยารวมประมาณ 448 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน
นายวิชัย ผันประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 ระบุว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำท่าจากลุ่มแม่น้ำน่านเพิ่มขึ้น และมวลน้ำบางส่วนจะไหลลงมายังเขื่อนเจ้าพระยา จากแนวโน้มปัจจุบัน คาดว่าปริมาณน้ำที่สถานี C.2 อาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยาจึงเตรียมใช้วิธีทดยกระดับน้ำเพื่อหน่วงน้ำ พร้อมผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งอย่างเต็มศักยภาพ
ในสถานการณ์ปัจจุบัน จะควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนไม่ให้เกินประมาณ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำด้านท้ายน้ำ อย่างไรก็ตาม หากมีฝนเพิ่มและมีมวลน้ำเหนือไหลลงมามากกว่าที่คาด อาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ โดยกรมชลประทานจะประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นระยะ
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ช่วงวันที่ 26–28 สิงหาคม ภาคเหนือ ภาคกลาง และอีกหลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และร่องมรสุม ขณะที่พายุ “นาร์รา” อยู่บริเวณตอนใต้ของจีน โดยไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่มีส่วนสัมพันธ์กับระบบร่องมรสุมที่ส่งผลต่อสภาพอากาศในภูมิภาค
กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้ระวังฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่เสี่ยง ช่วงปลายเดือนสิงหาคมต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคมถือเป็นช่วงที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาต้องเฝ้าระวังน้ำหลากเป็นพิเศษ ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ควรติดตามประกาศจากกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง





