ประธานรัฐสภาย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แต่หากพบมูลความผิดจริงพร้อมเชือดทันที พร้อมเผยเตรียมส่งชื่อกรรมการนิรโทษกรรมให้นายกฯ ภายใน 2 วัน
เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณหน้าศูนย์อาหารรัฐสภา ชั้น B2 อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงินจำนวน 5 แสนบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการเข้าศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือ ปปร. รุ่นที่ 30 โดยนายโสภณระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้รับรายงานชี้แจงด้วยวาจาจากเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงความเข้าใจผิด แต่จากการพิจารณาเห็นว่าเป็นการชี้แจงเพียงฝ่ายเดียวและยังมีข้อสงสัยที่สังคมต้องการคำตอบ
เพื่อให้เกิดความกระจ่างและรักษาเกียรติภูมิของสถาบันพระปกเกล้า นายโสภณยืนยันว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาสถาบันเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ โดยจะคัดเลือกบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือเข้ามาดำเนินการ เพื่อพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏ ซึ่งหากผลการสอบสวนพบว่ามีการเรียกรับเงินจริงถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และต้องดำเนินการตามระเบียบขั้นเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา โดยจะยังไม่มีการตั้งธงว่าใครผิดหรือถูก และเลขาธิการสถาบันฯ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติจนกว่าคณะกรรมการจะมีข้อสรุปว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลความผิดหรือไม่
นอกจากนี้ นายโสภณยังได้ยึดถือนโยบายความโปร่งใสในหลักสูตรต่างๆ ของสถาบันฯ โดยย้ำว่าการเข้าเรียนต้องเป็นไปเพื่อการนำความรู้ไปพัฒนาประเทศ ไม่ใช่การใช้เส้นสายหรือเข้ามาเพื่อหาคอนเนกชันเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะข้าราชการที่ใช้งบประมาณแผ่นดินในการเรียน หากไม่เข้าเรียนตามเกณฑ์จะไม่มีการอนุญาตให้ใช้วิธี "ซ่อม" เพื่อให้จบหลักสูตรอย่างเด็ดขาด ทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเท่าเทียมกัน
ในตอนท้าย ประธานรัฐสภายังได้กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อเสนอชื่อบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรที่มีความชำนาญด้านการขจัดความขัดแย้ง จำนวน 1 รายชื่อ เพื่อเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณานิรโทษกรรม โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด คาดว่าจะได้ข้อสรุปและเสนอรายชื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อให้กระบวนการสร้างความสันติสุขในสังคมเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย





