พลตรี วินทัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า ปัญหาด้านข้อมูลข่าวสารในพื้นที่เป็นประเด็นที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีการนำเสนอข้อมูลในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นฝ่ายกระทำผิด ขณะที่การปั่นกระแสหรือบิดเบือนข้อมูลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ โฆษกกองทัพบกมองว่า แม้เหตุการณ์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีเป้าหมายมุ่งต่อชีวิตหรือสร้างความรุนแรงในระดับสูง แต่มีลักษณะของการก่อกวนและปฏิบัติการทางจิตวิทยา โดยใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่อสร้างผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนและสังคม
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องดำเนินการควบคู่กันใน 2 ด้าน คือ การบังคับใช้กฎหมายและการสื่อสาร ดังนั้น การนำเสนอข้อมูลจึงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบก่อน โดยกองทัพบกพยายามใช้การชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นลำดับแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบถูกนำไปขยายผลจนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ส่วนกรณีข้อกล่าวหาว่าเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกใช้อาวุธต่อประชาชนในเหตุการณ์ที่ผ่านมา โฆษกกองทัพบกชี้แจงว่า ในหลักการทางยุทธวิธี เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้โจมตีเป้าหมายลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการปฏิบัติการในเวลากลางคืน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการบิน ทั้งนี้ รายละเอียดของเหตุการณ์ยังต้องรอการตรวจสอบจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
พร้อมย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลกองทัพบกที่สนับสนุนภารกิจในพื้นที่ ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและกติกาการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายกับผู้มีหมายจับ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะมีการประกาศและเปิดโอกาสให้ผู้ต้องสงสัยมอบตัวก่อน การใช้อาวุธจึงเป็นมาตรการที่เกิดขึ้นได้ยาก และโดยทั่วไปจะเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้อาวุธต่อเจ้าหน้าที่
สำหรับประสิทธิภาพด้านการข่าว โฆษกกองทัพบกยอมรับว่า เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่รับผิดชอบกับจำนวนกำลังพลแล้ว ยังมีข้อจำกัดด้านกำลังเจ้าหน้าที่ จึงต้องอาศัยการทำงานด้านการข่าวและความร่วมมือจากประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมมองว่าควรเพิ่มขีดความสามารถด้านการข่าวในระดับเหตุการณ์ขนาดเล็ก โดยเฉพาะเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในจุดเฝ้าระวังสูง
ทั้งนี้ หน่วยงานด้านการข่าวในพื้นที่มีการบูรณาการข้อมูลร่วมกันในลักษณะประชาคมข่าว เพื่อรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลจากหลายหน่วยงาน โดยแยกกันปฏิบัติแต่รวมกันประเมินสถานการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามความเคลื่อนไหวและป้องกันเหตุ
โฆษกกองทัพบกยังระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการเผายางหรือทำลายสิ่งสาธารณูปโภค อาจมีลักษณะมุ่งสร้างสัญลักษณ์และผลกระทบด้านการรับรู้ มากกว่าการมุ่งทำร้ายชีวิตหรือทรัพย์สินโดยตรง จึงต้องให้ประชาชนรู้เท่าทันการบริโภคข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ผ่านการตรวจสอบ
สำหรับภาพรวมสถานการณ์ โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า แม้ฝ่ายผู้ก่อเหตุยังมีความพยายามก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ ขณะที่สถิติด้านการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินโดยภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และกำชับให้เพิ่มขีดความสามารถด้านการข่าว รวมถึงปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด