ยอด โคตรอินดี้ เตือนภัยหัวใจตีบ! บทเรียนเฉียดตายฉบับเจ้าพ่อ 90s จากคนเบื้องหลังความสุขสู่ผู้ป่วยวิกฤต เปิดใจ "ศุภกร กุลวโรตตมะ" ผู้สร้างเพจวัยรุ่นยุค 90 กับบทเรียนชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้ด้วยเงินทอง
กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงและสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคมอย่างกว้างขวาง เมื่อ นายศุภกร กุลวโรตตมะ หรือที่มิตรสหายในวงการรู้จักกันดีในชื่อ "ยอด โคตรอินดี้" อดีตผู้จัดคอนเสิร์ตระดับตำนานและผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง “Yod Kodindy” และเพจขวัญใจคนเหงา “วัยรุ่นยุค 90” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโลกออนไลน์เพื่อแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่เกือบต้องแลกด้วยชีวิต โดยระบุถึงภัยเงียบจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่เกิดขึ้นกับตนเองอย่างไม่คาดฝัน
ในอดีต ยอด โคตรอินดี้ คือบุคคลสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการดนตรีนอกกระแสและเป็นตัวเชื่อมความทรงจำของคนยุค 90 ผ่านคอนเทนต์ที่กินใจ แต่เบื้องหลังความสำเร็จและการทำงานหนักในฐานะคนเบื้องหลัง กลับซ่อนความเสี่ยงด้านสุขภาพที่หลายคนมักละเลย การออกมาโพสต์เตือนภัยในครั้งนี้ ยอดได้บอกเล่าถึงสัญญาณเตือนของร่างกายและอาการผิดปกติที่นำไปสู่การวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งเป็นสาเหตุต้นๆ ของการเสียชีวิตฉับพลันในปัจจุบัน ดยโพวต์ของยอด ได้ระบุว่า

จากข่าวการจากไปของ “เร แมคโดนัลด์” ในวัย 49 ปี
คืนนั้นผมมีอาการปวดต้นคอ ปวดแขนซ้าย เป็นมาหลายวันแล้ว และยังมีอาการปวดหัวบริเวณกลางกระหม่อม
ลูกชายนวดให้ผมมาหลายวันแล้ว นวดแรงพอสมควร แต่รู้สึกสบายมาก
จากนั้นผมก็ทิ้งตัวลงนอน คิดแค่ว่า…
(ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟัง)
แต่ทันทีที่ตื่นขึ้นมา อาการทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป
ปวดบริเวณท้ายทอย ด้านหลังหู และด้านข้างของศีรษะด้านบนหู ด้านซ้าย ทั้งหมด
ผมเอาหมอนมานั่งพิงหัวเตียง นั่งดูอาการ
ตอนนั้นในหัวผมมีเบอร์โทรศัพท์อยู่เบอร์เดียว
ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง ผมรีบอธิบายอาการ
“ตอนนี้ผมปวดหัวกับเจ็บหน้าอกมากครับ แต่ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปหรือเปล่า เพราะเมื่อคืนตามข่าวพี่เรทั้งคืน…”
“อันนี้เป็นเบอร์เรียกรถฉุกเฉินค่ะ จะเรียกรถเลยไหมคะ ถ้าอยากปรึกษาก่อน เดี๋ยวต่อสายให้ค่ะ”
จากนั้นเจ้าหน้าที่อีกหน่วยงานก็โทรกลับมา
ในหัวตอนนั้นคิดอยู่เรื่องเดียว
โรงพยาบาลที่ผมมีสิทธิบัตรทองอยู่
ระหว่างลงลิฟต์ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เป็นเจ้าหน้าที่ที่โทรกลับมาสอบถามอาการ
“ยังปวดหัวมากครับ แล้วก็เจ็บหน้าอกด้านซ้ายเหมือนเดิม”
เจ้าหน้าที่ถามอาการผมเพียง 2-3 ประโยค
แล้วน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปทันที แนะนำให้
และแนะนำให้หาลูกอมกินระหว่างทาง น้ำตาลอาจต่ำได้
จากนั้นนั่งรถไฟฟ้าของคอนโดออกมาปากซอย
มีแท็กซี่คันหนึ่งออกมาจากซอย
โชคดีที่พี่แท็กซี่รับผมไป
ผมเปิด Google Maps บอกทางพี่แท็กซี่
ในแผนที่ขึ้นประมาณ 21 นาที
พี่แท็กซี่วิ่งฝ่าถนนที่กำลังทำทาง ออกบางโพ ผ่านรัฐสภา ผ่านบริษัทสิงห์
พอใกล้ถึงโรงพยาบาล ถนนตรงไปไม่ได้
ผมให้กลับรถตรงทางเข้าสวนอ้อย แล้วเข้าโรงพยาบาลทางตึกทีปังกร
ประหยัดเวลาไปได้ประมาณ 7 นาที
ทันทีที่ถึงหน้าตึก ผมบอกเจ้าหน้าที่ว่า
“ผมเจ็บหน้าอก ปวดหัวครับ ผมโทร 1669 แล้ว เขาให้มาโรงพยาบาลด่วนครับ”
เจ้าหน้าที่เอารถเข็นนอนมาอย่างเร็ว
พยาบาล 2 คนเข้ามาถามอาการ
“เจ็บหน้าอกมากไหมคะ ให้คะแนน 1-10”
“อย่างนั้นก็อย่าทำเหมือนเจ็บมากสิคะ”
“หน้าอกเจ็บไม่มากครับ แต่ปวดหัวมาก”
พยาบาลทั้งสองคนมองหน้ากัน ปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง
“ประมาณ 3 ครับ แต่ปวดหัวมาก”
แล้วหยิบเครื่องมือบางอย่างมาติดบริเวณหน้าอกด้านซ้าย
แล้วจู่ ๆ คนที่กำลังวัดก็บอกว่า
หลังจากนั้นทุกอย่างก็เร็วขึ้นทันที
เจ้าหน้าที่เข้ามาทั้งซ้ายและขวา
จากนั้นผมได้รับยา 2-3 อย่าง
แล้วก็ได้ยินประโยคที่ทำให้ผมเริ่มรู้ว่า…
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว
“หัวใจเต้นผิดปกติครับ เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาดู แล้วฉีดสี”
“หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดตีบ”
ผมถูกพาเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือประหลาด ๆ ห้อยลงมาจากเพดาน
พูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมาก
“หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดตีบ เดี๋ยวฉีดสีดู ถ้าเจอก็จัดการเลย”
คุณหมออธิบายอาการให้หมออีกคนฟัง
“ปวดแล้วร้าวไปหลังหู ผมว่าเส้นนี้ชัวร์ คุณว่าไง?”
ผมเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดบริเวณหลังหูและท้ายทอยหายไป
“ผมว่ามันต้องมีอีกจุด อาจจะอยู่ตรงนี้”
“ตอนนี้ผมหายปวดตรงท้ายทอยกับหลังหูแล้วครับ แต่ยังปวดบริเวณด้านข้างหูอยู่”
“ทำไปจุดหนึ่งแล้ว แต่มันต้องมีอีก มันค่อนข้างแอบ”
คุณหมอพยายามอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนจะหยุด แล้วเดินมาคุยกับผม
“หมอทำจุดแรกไปแล้วนะ จุดที่สองมันอยู่ตรงมุม เข้าไปทำไม่ถึง แต่ทำด้านนอกให้แล้ว เดี๋ยวลองกินยาสลายลิ่มเลือดดูนะ”
คุณหมอกอดอก มองไปข้างหน้า
แต่สีหน้าหมอเหมือนยังไม่พอใจกับผลงานตัวเอง
“ยังมีอีกจุดหนึ่งที่กูอยากจัดการให้ได้”
สุดยอดฝีมือ มั่นใจ และทุ่มเท
แถมยังสอบถาม พูดคุย และถ่ายทอดความรู้ให้กับคุณหมออีกคนไปตลอดการทำงาน
ที่กำลังสอนและถ่ายทอดวิชาให้กับ
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทุกคน
ขอบคุณพี่พลเปลที่เข็นเตียงมาให้ผม
และขอบคุณทุก ๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิตเล็ก ๆ ของผมในครั้งนี้
และเจ้าหน้าที่ 1669 ที่รับโทรศัพท์ของผมในเช้าวันนั้น
เมื่อคืนผมยัง นั่งดูข่าว การจากไปของ เร แมคโดนัลด์
ผมจะเป็นคนที่ต้องนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล
และกำลังได้รับการรักษาจากภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
เหตุการณ์ครั้งนี้สอนผมอย่างหนึ่งว่า
ชีวิตบางครั้งไม่ได้เตือนเราออกมาเสียงดัง
หรือเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อย
มันอาจไม่ได้มีเวลาให้เรารอ
โชคดี ที่มีเคส ของ พี่เร พึ่งเกิดไป
โชคดี ที่ทำให้ผมไม่ลังเล ที่จะรีบมาโรงพยาบาล
โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่รับสาย
โชคดีที่มีพี่แท็กซี่คนนั้น
โชคดีที่มีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคน
ที่มีคุณหมอ 2 ท่าน อยู่ตรงนั้น ( ทั้งอาจาร์ยเจได และ พาดาวัน ของเขา ขอพลัง…จงสถิตอยู่กับท่าน )
และยังมีโอกาสได้เขียนเรื่องนี้ให้ทุกคนอ่าน
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกำลังอ่านข้อความนี้
แล้วรู้สึกว่าร่างกายตัวเองมีอะไรผิดปกติ
อย่าคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็ก
และอย่ากลัวว่าจะดูเป็นคนคิดมาก
การตัดสินใจขอความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว
อาจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต
จากห้อง CCU โรคหัวใจ
โรงพยาบาลวชิระ
ศุภกร กุลวโรตตมะ
(ยอด โคตรอินดี้)"
จากนั้น ได้มีการโพสต์ถึงผลการรักษาต่อเนื่องว่า

รูปอาการที่ผมเป็น และการรักษา
(ตามที่ผมเข้าใจและฟังจากคุณหมอมา)
* ตื่นนอนมาแล้วมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง บริเวณ ท้ายทอย โดยอาการปวดร้าวไปบริเวณ หลังหูและด้านบนของหูข้างซ้าย
* มีอาการ เจ็บ/ปวดหน้าอกด้านซ้าย ร่วมด้วย
คุณหมอตรวจพบว่าเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยพบการตีบ 1 เส้น และมี 2 จุดในหลอดเลือดเส้นเดียวกัน
3. การตรวจและการรักษาที่ได้รับ
การฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ
คุณหมอทำการ ฉีดสีเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจเพื่อดูว่ามีจุดตีบหรือจุดที่มีปัญหาหรือไม่
ถ้าพบจุดที่สามารถรักษาได้ คุณหมอจะดำเนินการรักษาในครั้งนั้นเลย ซึ่งจากที่ผมเข้าใจคือ พบจุดตีบจริง
การสอดสายสวนเข้าไปทำการรักษา
คุณหมอสอดสายสวนเข้าไปทาง บริเวณขาหนีบด้านขวา แล้วนำสายสวนเข้าไปยังหลอดเลือดหัวใจเพื่อทำการรักษาบริเวณที่ตีบ
ในจุดแรก คุณหมอทำการรักษาบริเวณหลอดเลือดที่ตีบ ซึ่งจากที่ผมเข้าใจคือเป็นการ สลายหรือจัดการกับก้อนไขมัน/หินปูนที่อยู่บริเวณหลอดเลือดที่ตีบ
ไม่ได้มีการใส่ขดลวด (Stent)
หลังจากคุณหมอทำการรักษาจุดแรกแล้ว ผมรู้สึกว่า อาการปวดบริเวณท้ายทอยและหลังหูที่เป็นมาตลอดหายไป แต่ยังคงมีอาการปวดบริเวณ ด้านบนของหู อยู่
คุณหมอบอกว่าน่าจะมีจุดที่มีปัญหาอีกจุดหนึ่ง จึงใช้เวลาค้นหาอยู่ระยะหนึ่ง และในที่สุดก็พบจุดดังกล่าว
จุดที่สองอยู่บริเวณ มุมโค้งของหลอดเลือด ทำให้เครื่องมือไม่สามารถเข้าไปทำการรักษาบริเวณนั้นได้โดยตรง
คุณหมอจึงสามารถทำการรักษาได้บริเวณ ด้านหน้าของจุดดังกล่าว และให้ยาเพื่อช่วยจัดการกับลิ่มเลือด/ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นจึงติดตามและดูอาการต่อไป
ระหว่างที่อยู่ในห้องทำหัตถการ คุณหมอใช้ ยาชา โดยผมยังมีสติตลอดเวลา สามารถได้ยินเสียงและพูดคุยกับคุณหมอได้ตลอดการทำหัตถการ
5. สรุปโดยรวมตามที่ผมเข้าใจ
ผมมี หลอดเลือดหัวใจตีบ 1 เส้น 2 จุด โดยจุดตีบทั้ง 2 จุดอยู่ในหลอดเลือดเส้นเดียวกัน
คุณหมอทำการฉีดสีเพื่อดูตำแหน่งของหลอดเลือดที่มีปัญหา และทำการรักษาจุดแรกผ่านสายสวนที่สอดเข้าทางขาหนีบด้านขวา โดยไม่ได้ใส่ขดลวด (Stent)
หลังจากรักษาจุดแรก อาการปวดบริเวณท้ายทอยและหลังหูลดลง/หายไป แต่ยังมีอาการปวดบริเวณด้านบนของหูอยู่
ต่อมาพบว่ามีจุดตีบอีกจุดหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณมุมโค้งของหลอดเลือด ทำให้เครื่องมือไม่สามารถเข้าไปทำบริเวณนั้นได้โดยตรง จึงรักษาได้บริเวณด้านหน้าของจุดดังกล่าว และให้ยาต่อเนื่อง 3 วัน พร้อมติดตามอาการต่อไป
หมายเหตุ: ข้อความนี้เป็นการสรุปตามความเข้าใจของผมจากสิ่งที่คุณหมออธิบายให้ฟัง ไม่ใช่รายงานทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ
ที่ผมสรุปแบบนี้ จะได้เข้าใจง่ายขึ้น ถ้าคุณมีอาการ แบบผม ให้รีบไปโรงพยาบาล ก่อนเลย อย่าลังเล ทุกนาทีมีค่า โชคดี ที่ผมตัดสินใจเร็ว จากข่าวพี่เรด้วย และไม่รออะไรทั้งนั้น และได้เจอคุณหมอที่ดี ที่เก่ง จึงช่วยผมไว้ได้ แต่ถ้าช้าหรือ ผมตัดสินใจนอนต่อดูอาการ ผมคงไม่ได้มานั่งพิมพ์บอกพวกคุณแบบนี้แล้ว…
จาก ห้อง CCU โรคหัวใจ
โรงพยาบาลวชิระพยาบาล
ศุภกร กุลวโรตตมมะ
(ยอด โคตรอินดี้)
และล่าสุด ได้โพสต์อีกครั้งว่า

CR : FB Yod Kodindy