นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยถึงการประเมินสถานการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่ามี 3 ปัจจัยหลักในการก่อเหตุ:

  1. การสร้างอำนาจต่อรองบนโต๊ะเจรจา: เพื่อรองรับการพูดคุยสันติสุขที่จะเดินหน้าต่อในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงต้องวางแผนอย่างรัดกุม ไม่เร่งรีบจนเสียเปรียบในการเจรจา

    Advertise
  2. ช่วงเปลี่ยนผ่านและสับเปลี่ยนกำลังพล: กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจมองเป็นช่องว่างเพื่อประเมินความพร้อมและจุดอ่อน-จุดแข็งของเจ้าหน้าที่ โดยเน้นก่อกวนและก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เช่น การเผาสถานที่และยานพาหนะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

  3. ปัจจัยสภาพอากาศ: ช่วงฤดูฝนอาจส่งผลกระทบต่ออาวุธที่ซุกซ่อนไว้ ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุเลือกเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้

รูปภาพบทความ

สำหรับข้อซักถามเรื่องการรู้ตัวผู้ก่อเหตุล่วงหน้า นายฐนัตถ์ชี้แจงว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการนัดหมายกันล่วงหน้าเสมอไป แต่เป็นการรับรู้และก่อเหตุต่อเนื่อง ทั้งนี้ เรื่องการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายของรัฐบาล เช่น ขบวนการค้ายาเสพติดในปัตตานีและนราธิวาส ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้เสียผลประโยชน์ออกมาก่อเหตุเชื่อมโยงกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ทราบตัวกลุ่มผู้กระทำผิดอยู่แล้วตามพฤติกรรมและรูปแบบการปฏิบัติการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากเป็นประเด็นด้านความมั่นคงและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

สำหรับแนวทางการรับมือหลังจากนี้ กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงจะต้องจัดระเบียบกำลังพลและกำหนดแนวทางแก้ปัญหาใหม่ รวมถึงนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่โต๊ะเจรจา พร้อมกันนี้ จะมีการประสานงานกับทางการมาเลเซียเพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและควบคุมดูแลแนวชายแดนอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุสามารถหลบหนีข้ามแดนไปมาได้