ข่าวการเสียชีวิตของ “เรย์ แม็คโดนัลด์” ทำให้ชื่อของอดีตนักแสดงและพิธีกรที่หลายคนคุ้นเคยกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง นอกเหนือจากภาพจำในฐานะคนทำงานโทรทัศน์และนักเดินทางแล้ว อีกด้านหนึ่งของเรย์คือการทำธุรกิจ ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในฐานข้อมูลนิติบุคคลที่น่าสนใจไม่น้อย
ข้อมูลที่อ้างอิงฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เรย์มีชื่อเป็นกรรมการบริษัททั้งหมด 5 รายการ โดยในจำนวนดังกล่าวมี 3 บริษัทที่ยังดำเนินกิจการ และพบการถือหุ้น 4 รายการ คิดเป็นมูลค่าหุ้นรวม 7,471,347 บาท
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเป็น “ทรัพย์สินทั้งหมด” ของเรย์ แต่เป็นข้อมูลมูลค่าหุ้นตามรายการที่ตรวจสอบพบ จึงควรแยกจากรายได้ กำไร หรือมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าตัว
เร่ร่อน จำกัด ธุรกิจผลิตรายการที่มีรายได้หลักสิบล้านต่อปี
ชื่อแรกที่น่าสนใจคือ บริษัท เร่ร่อน จำกัด ซึ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 โดยมีเรย์เป็นหนึ่งในกรรมการ และถือหุ้น 5,000 หุ้น หรือ 50%
ลักษณะธุรกิจเกี่ยวข้องกับการผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์การทำงานในวงการสื่อของเรย์
หากดูตัวเลขย้อนหลัง 3 ปี จะพบว่าบริษัทมีรายได้อยู่ในระดับหลายสิบล้านบาท แม้ตัวเลขจะเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี
ปี 2566 บริษัทมีรายได้ 17,637,206.82 บาท และมีกำไร 2,711,869.95 บาท
ปี 2567 รายได้อยู่ที่ 15,282,540.75 บาท ขณะที่กำไรลดลงมาอยู่ที่ 926,306.31 บาท
ส่วนปี 2568 รายได้อยู่ที่ 14,887,872.81 บาท แต่กำไรเพิ่มขึ้นเป็น 3,069,256.67 บาท
สำหรับฐานะทางการเงินในปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,920,345.22 บาท และหนี้สินรวม 394,256.90 บาท
จึงถือเป็นหนึ่งในกิจการที่มีตัวเลขผลประกอบการโดดเด่นที่สุดจากข้อมูลบริษัทที่ตรวจสอบพบ
จากธุรกิจสื่อสู่เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
อีกบริษัทที่สะท้อนความสนใจด้านธุรกิจหลากหลายของเรย์คือ บริษัท โนแมดิค จำกัด
บริษัทนี้จดทะเบียนมาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2547 และมีเรย์เป็นกรรมการ พร้อมถือหุ้น 5,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 50%
ประเภทธุรกิจคือการให้บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแบบอัตโนมัติ ซึ่งแตกต่างจากงานในวงการบันเทิงอย่างชัดเจน
ตัวเลขในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ
ปี 2566 รายได้อยู่ที่ 146,458.82 บาท และขาดทุน 197,742.34 บาท
ปี 2567 รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,197,830.37 บาท แต่ยังขาดทุน 358,456.44 บาท
กระทั่งปี 2568 รายได้ขยับขึ้นเป็น 3,162,334.29 บาท และบริษัทมีกำไร 681,181.06 บาท
ขณะที่สินทรัพย์รวมในปี 2568 อยู่ที่ 16,059,075.02 บาท และมีหนี้สินรวม 389,421.90 บาท
ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงจากช่วงที่ยังขาดทุน ไปสู่ปีที่สามารถทำกำไรได้
นอน นานา กับตัวเลขที่ต้องจับตา
ในพอร์ตธุรกิจยังมี บริษัท นอน นานา จำกัด ซึ่งเรย์ถือหุ้น 12,000 หุ้น หรือ 40% โดยบริษัทจดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 และประกอบกิจการเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ปรากฏในข้อมูลไม่ได้อยู่ในทิศทางเดียวกับบริษัท เร่ร่อน จำกัด และ โนแมดิค จำกัด
ปี 2566 บริษัทมีรายได้ 686,779.59 บาท และขาดทุน 1,139,700.07 บาท
ปี 2567 รายได้ลดลงเหลือ 356,201.52 บาท ขณะที่ขาดทุนเพิ่มเป็น 1,377,109.80 บาท
ปี 2568 รายได้อยู่ที่ 152,959.10 บาท และมีผลขาดทุน 2,867,771.29 บาท
สำหรับปี 2568 พบสินทรัพย์รวม 34,974.72 บาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,292,060 บาท
อีกชื่อหนึ่งที่ปรากฏในข้อมูลคือ บริษัท เฟี้ยวเงาะ จำกัด ซึ่งเรย์ถือหุ้น 2,500 หุ้น หรือ 25% โดยบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการบริการอาหารในภัตตาคารและร้านอาหาร แต่ปัจจุบันมีสถานะเสร็จการชำระบัญชีแล้ว
ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรเกี่ยวกับเรย์
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรย์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสายบันเทิง แต่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตรายการโทรทัศน์ อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงธุรกิจบริการเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ
แต่ละบริษัทมีผลประกอบการแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขรายได้ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งไปตีความว่าเป็นรายได้ส่วนตัวของเรย์โดยตรง
สิ่งที่ข้อมูลสะท้อนชัดกว่าคือเส้นทางการทำงานอีกด้านของชายที่คนส่วนใหญ่รู้จักจากหน้าจอ โดยเขามีส่วนร่วมในธุรกิจหลายรูปแบบ และบางกิจการยังสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
แหม่ม สริญญา ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเรย์มายาวนาน
เมื่อพูดถึงชีวิตส่วนตัวของเรย์ อีกชื่อที่ขาดไม่ได้คือ “แหม่ม สริญญา จินตนาวรารักษ์”
ทั้งคู่คบหากันมายาวนานกว่าสิบปี ก่อนแต่งงานกันเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2561 และมีลูกชายด้วยกันในเวลาต่อมา โดย “น้องมิก้า” เกิดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561
ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ได้ถูกเล่าผ่านภาพของคู่รักเพียงอย่างเดียว เพราะเรย์เคยพูดถึงชีวิตคู่เสมอว่าแหม่มความสำคัญกับชีวิตตนเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่คิดและแม่ของลูก
หนึ่งในสิ่งที่เรย์พูดถึงคืออารมณ์ขันของภรรยา ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันมีความผ่อนคลาย และทำให้เสียงหัวเราะกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เมื่อคนหนึ่งคิด อีกคนช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง
เรื่องที่น่าสนใจจากคำบอกเล่าของเรย์คือวิธีทำงานของเขากับแหม่ม
เรย์เคยอธิบายตัวเองว่าเป็นคนมีไอเดียและชอบคิดโปรเจกต์ใหม่ ๆ แต่สิ่งที่เขาถนัดอาจไม่ใช่การจัดการรายละเอียดทั้งหมดให้เดินไปจนถึงปลายทาง
ตรงกันข้าม แหม่มเข้ามามีบทบาทในส่วนของการบริหารและจัดการ ทำให้ความคิดหรือโปรเจกต์ที่เรย์อยากทำมีโอกาสกลายเป็นงานที่จับต้องได้
ดังนั้น คำว่า “คู่ชีวิต” สำหรับเรย์จึงมีความหมายมากกว่าความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เพราะแหม่มยังเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมเดินทางด้านการทำงานและธุรกิจไปพร้อมกัน
ครอบครัวหลังการสูญเสีย
หลังมีรายงานการเสียชีวิตของเรย์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ภายในบ้านพักย่านพัฒนาการ กรุงเทพฯ
ขณะเดียวกัน แหม่ม สริญญา อยู่ในช่วงการทำใจไม่สามารถที่จะติดต่อหรือพูดคุยกับใครได้ในช่วงนี้
เรื่องราวที่ถูกเปิดเผยจึงไม่ได้มีเพียงตัวเลขจากเอกสารบริษัท แต่ยังทำให้เห็นภาพอีกด้านของเรย์ในฐานะคนทำงานที่สร้างโปรเจกต์หลากหลาย และมีครอบครัวเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางชีวิต
สำหรับแฟน ๆ ภาพจำของเรย์อาจยังคงเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดี ผู้รักการเดินทาง และคนทำรายการที่พาผู้ชมออกไปเห็นโลกในมุมต่าง ๆ
แต่เมื่อย้อนดูข้อมูลธุรกิจ จะพบว่าเบื้องหลังภาพบนหน้าจอยังมีอีกบทบาทหนึ่งที่เขาลงมือ
สร้างไว้ และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่ช่วยเติมภาพชีวิตของ “เรย์ แม็คโดนัลด์” ให้ครบถ้วนมากขึ้น











