ผมร่วงตอนสระแค่ไหนจึงถือว่าปกติ?
โดยทั่วไป คนเราสามารถมีเส้นผมหลุดร่วงตามวงจรธรรมชาติประมาณวันละ 50–100 เส้น เนื่องจากเส้นผมเก่าจะหลุดออกเพื่อเปิดทางให้เส้นผมใหม่เติบโตขึ้น จึงไม่ได้หมายความว่าทุกเส้นที่หลุดขณะสระเป็นสัญญาณของโรคผมร่วง American Academy of Dermatology
สำหรับคนที่ไม่ได้สระผมทุกวัน เส้นผมที่หลุดตามธรรมชาติอาจค้างอยู่ระหว่างเส้นผม เมื่อถึงวันสระจึงหลุดออกมาพร้อมกัน ทำให้ดูเหมือนร่วงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีผมยาวหรือผมหนา เพราะเส้นผมจะมองเห็นเด่นชัดกว่า
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การนับทุกเส้น แต่ควรสังเกตว่า จำนวนผมที่ร่วงเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงมีแนวผมถอย รอยแสกกว้างขึ้น หรือมองเห็นหนังศีรษะชัดขึ้นหรือไม่
5 วิธีดูแลเส้นผมให้ขาดร่วงน้อยลง
1. สระผมและนวดหนังศีรษะอย่างเบามือ
เลือกแชมพูสูตรอ่อนโยนให้เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ เทแชมพูลงบนฝ่ามือและทำให้เกิดฟองก่อนชโลม จากนั้นใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ ไม่ควรใช้เล็บเกาแรง เพราะอาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและเส้นผมเปียกที่กำลังเปราะขาดได้ง่าย
ล้างแชมพูและครีมนวดให้สะอาด เพราะผลิตภัณฑ์ที่ตกค้างอาจทำให้หนังศีรษะคันหรือระคายเคืองในบางคน
2. ใช้ครีมนวดทุกครั้งหลังสระ
ครีมนวดช่วยเคลือบเส้นผม ลดการเสียดสี ลดผมพันกัน และทำให้หวีง่ายขึ้น ควรเน้นบริเวณช่วงกลางถึงปลายผม หากมีหนังศีรษะมันง่าย ไม่จำเป็นต้องลงครีมนวดที่โคนผม
หลังสระไม่ควรขยี้ผมแรง ๆ ด้วยผ้าขนหนู แต่ให้ใช้ผ้านุ่มหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ซับน้ำเบา ๆ ซึ่งช่วยลดการแตกหักของเส้นผมได้ คำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังของ AAD
3. หวีผมอย่างถูกวิธี
ผมที่เปียกมักยืดและขาดได้ง่ายกว่าปกติ ควรใช้หวีซี่ห่าง เริ่มหวีจากปลายผมเพื่อคลายปม แล้วจึงค่อยเลื่อนขึ้นมาด้านบน หลีกเลี่ยงการดึงหรือกระชากเส้นผมแรง ๆ
สำหรับคนผมหยิก การหวีขณะผมหมาดและมีครีมนวดหรือผลิตภัณฑ์ช่วยลดการพันกัน อาจช่วยลดการขาดได้ดีกว่าการหวีตอนผมแห้ง
4. ลดความร้อน สารเคมี และการมัดผมแน่น
การหนีบผม ม้วนผม หรือเป่าด้วยลมร้อนจัดเป็นประจำ อาจทำให้แกนผมแห้ง เปราะ และแตกหัก ควรปล่อยให้ผมแห้งตามธรรมชาติเมื่อทำได้ หรือใช้ไดร์ด้วยความร้อนระดับต่ำและเว้นระยะจากเส้นผม
ลดความถี่ของการฟอกสี ย้อม ดัด หรือยืดผม รวมทั้งหลีกเลี่ยงทรงผมที่ดึงรั้งรากผม เช่น หางม้าตึง มวยผมแน่น หรือถักเปียแน่น เพราะการดึงซ้ำ ๆ อาจนำไปสู่ภาวะผมร่วงจากแรงดึง และหากเป็นเรื้อรังอาจเกิดการสูญเสียเส้นผมถาวรได้
5. กินอาหารให้ครบและไม่ซื้ออาหารเสริมกินเอง
เส้นผมต้องการสารอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะโปรตีน ธาตุเหล็ก และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ ควรกินอาหารให้หลากหลาย เช่น ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน ถั่ว เต้าหู้ ผักใบเขียว และธัญพืช พร้อมหลีกเลี่ยงการอดอาหารหรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
ไม่ควรซื้อวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เร่งผมยาวมารับประทานในปริมาณสูงโดยไม่ทราบว่าร่างกายขาดจริงหรือไม่ เพราะสารอาหารบางชนิดหากได้รับมากเกินไปอาจทำให้ผมร่วงหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ หากสงสัยภาวะขาดสารอาหาร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจเลือดก่อน
ผมร่วงมากอาจเกิดจากอะไร?
ภาวะผมร่วงมากกว่าปกติอาจเกิดขึ้นหลังจากร่างกายเผชิญเหตุการณ์บางอย่าง เช่น
- ความเครียดรุนแรงหรือต่อเนื่อง
- มีไข้สูงหรือเจ็บป่วยหนัก
- การผ่าตัด
- การคลอดบุตร
- น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
- การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
- ความผิดปกติของฮอร์โมนหรือไทรอยด์
- ยาหรือการรักษาบางชนิด
- กรรมพันธุ์หรือโรคของหนังศีรษะ
ผมอาจเริ่มร่วงมากหลังเหตุการณ์กระตุ้นผ่านไปแล้วประมาณ 2–3 เดือน จึงควรย้อนทบทวนประวัติสุขภาพในช่วงที่ผ่านมา และไม่ควรหยุดยาที่ใช้อยู่ด้วยตนเอง
สัญญาณที่ควรพบแพทย์
ควรปรึกษาแพทย์หรือแพทย์ผิวหนัง หากพบว่า
- ผมร่วงมากขึ้นอย่างฉับพลันหรือต่อเนื่อง
- ร่วงออกมาเป็นกระจุกหรือเป็นหย่อมวงกลม
- รอยแสกกว้างขึ้น แนวผมถอย หรือผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด
- หนังศีรษะคันมาก แสบร้อน เจ็บ แดง บวม หรือมีแผล
- มีสะเก็ดหนา ตุ่มหนอง หรือน้ำเหลือง
- ขนคิ้ว ขนตา หรือขนตามร่างกายร่วงร่วมด้วย
- มีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักเปลี่ยน หรือประจำเดือนผิดปกติร่วมด้วย
อาการผมร่วงเฉียบพลัน ผมร่วงเป็นหย่อม หรือผมร่วงขณะสระมากกว่าปกติอย่างชัดเจน อาจสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย Mayo Clinic
สรุป: การเห็นผมร่วงมากในวันสระไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป เพราะอาจเป็นเส้นผมที่หลุดตามวงจรและสะสมอยู่ แต่หากรูปแบบการร่วงเปลี่ยนไป ผมบางลง หรือมีความผิดปกติของหนังศีรษะร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ ไม่ควรรักษาหรือรับประทานอาหารเสริมแบบลองผิดลองถูก





