วันที่ 19 ส.ค.69 - จังหวัดน่านยกระดับการรับมือสถานการณ์อุทกภัย หลังฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ โดยเปิด ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด
นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประชุมติดตามสถานการณ์ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอยู่ที่ อำเภอปัว ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 8,000 ครัวเรือน ขณะที่พื้นที่อำเภอท่าวังผา สันติสุข และแม่จริม ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าและฝนตกหนักเช่นกัน ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยระบุประชาชนในพื้นที่ปัวได้รับผลกระทบราว 16,000 คน
สถานการณ์ในอำเภอปัวหลายจุดยังน่าเป็นห่วง กระแสน้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว รวมถึงสร้างความเสียหายต่อเส้นทางคมนาคม โดยรายงานจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่านช่วงเวลา 08.00 น. ระบุว่า ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงสะพานบ้านร้อง–ปั๊ม ปตท. หน้าโลตัสปัว รวมถึงถนนสายรองหลายแห่งได้รับผลกระทบและบางจุดไม่สามารถสัญจรได้
หน่วยงานในพื้นที่เร่งเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากจุดเสี่ยง โดยให้ความสำคัญกับ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบาง พร้อมจัดตั้งศูนย์อพยพและศูนย์ช่วยเหลือประชาชนในอำเภอปัว 7 แห่ง เพื่อรองรับผู้ที่ต้องออกจากบ้านเรือนชั่วคราว
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือมวลน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือที่กำลังไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำ กระทรวงมหาดไทยระบุให้ อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 20–21 สิงหาคม ซึ่งเมืองน่านและเวียงสาต้องติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
จังหวัดน่านจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง เตรียมยา เอกสารสำคัญ และของจำเป็นให้พร้อม หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านจุดที่น้ำไหลเชี่ยว และติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์และระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว






