โฉนดจริงยังอยู่! แฉกลุ่มป่วนหวังฮุบใบแทน ที่ดินจังหวัดจ่อแจ้งความกลุ่มขอโฉนดเท็จ แกนนำชุมชนรุ่นบุกเบิกงัดหลักฐานยันประวัติจัดตั้งวัด ด้านลูกศิษย์เตรียมยกระดับคัดกรองคนเข้าพบหลวงพ่อ หลังถูกกดดันหนักจนอาการป่วยกำเริบ

ความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่วัดป่าอดุลยาราม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดอย่างรุนแรง โดยล่าสุดมีรายงานว่าหลวงพ่อเกิดอาการช็อกและต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด่วนเนื่องจากระดับออกซิเจนต่ำ สาเหตุเกิดจากความเครียดสะสมหลังจากมีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปกราบไหว้ในกุฏิแต่กลับใช้ถ้อยคำตำหนิและจี้ถามเรื่องการจัดการที่ดินและสภาพวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่หลวงพ่อเพิ่งเสร็จสิ้นจากการฟอกไตและร่างกายต้องการการพักผ่อน ลูกศิษย์ใกล้ชิดเผยว่ากลุ่มคนดังกล่าวเข้ามาในคราบผู้หวังดีแต่กลับสร้างความกดดันจนหลวงพ่อถึงกับหลั่งน้ำตาและล้มป่วย จนวัดต้องประกาศมาตรการคัดกรองผู้เข้าพบและจำกัดเวลาเข้ากราบไหว้เพื่อความปลอดภัย

ในด้านคดีความ นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทางสำนักงานที่ดินเตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่พยายามมายื่นเรื่องขอออก "ใบแทน" โฉนดที่ดินของวัด โดยอ้างว่าโฉนดเดิมสูญหายหรือถูกทำลาย แต่ความจริงปรากฏชัดเจนเมื่อเจ้าอาวาสได้นำโฉนดตัวจริงมายืนยันเพื่อคัดค้านการออกใบแทนดังกล่าว การกระทำของกลุ่มบุคคลนี้จึงเข้าข่ายการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งหัวหน้ากลุ่มงานที่รับเรื่องเตรียมจะหอบหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในวันอังคารนี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ขณะที่ นายไชยยงค์ กงศรี แกนนำชาวบ้านรุ่นแรกที่เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2532 ได้ออกมาให้ข้อมูลโต้แย้งข้อกล่าวอ้างที่ผิดเพี้ยนจากประวัติศาสตร์การสร้างวัด โดยยืนยันว่ากระบวนการจัดตั้งวัดเริ่มมาจากการพูดคุยในชุมชนเพื่อสร้างศูนย์รวมจิตใจ มีการเช่าซื้อที่ดินและก่อสร้างบ้านเรือนมาตั้งแต่ปี 2534 ก่อนจะมีการประกาศจัดตั้งวัดอย่างเป็นทางการในปี 2541 ส่วนประเด็นที่ดินของ "นายเฮียง พิมพ์ศรี" ที่ถูกนำมาอ้างนั้น นายไชยยงค์ระบุว่าข้อมูลที่ได้รับรู้มาตลอดหลายสิบปีไม่สอดคล้องกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และย้ำว่าการเรียกร้องใดๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของเอกสารทางกฎหมายและความจริง ไม่ใช่มุ่งเพียงเพื่อเอาชนะกันจนสร้างความเดือดร้อนให้แก่สงฆ์

อย่างไรก็ตาม เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้ฝากข้อความถึงผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้หวังดีว่า ในช่วงที่คดียังอยู่ในกระบวนการศาลฎีกาและยังไม่ได้โอนที่ดินเป็นชื่อวัดอย่างสมบูรณ์ ขอให้ยุติการบีบบังคับหรือสั่งการให้พัฒนาวัดในรูปแบบต่างๆ โดยขอให้กระบวนการทางศาลเสร็จสิ้นเสียก่อน แล้วท่านจะนำพาการพัฒนาวัดด้วยตัวเอง ด้านลูกศิษย์ยันจะดูแลหลวงพ่ออย่างใกล้ชิดและป้องกันไม่ให้กลุ่มคนที่มีเจตนาแอบแฝงเข้ามาสร้างความวุ่นวายภายในวัดอีกต่อไป

 

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ