วันที่ 11 ส.ค.69 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่งสัญญาณยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน โดยสั่งเร่งจัดทำร่างกฎหมายใหม่ให้มีบทลงโทษเข้มงวดและเด็ดขาดขึ้น พร้อมวางหลักว่า ประชาชนที่มีอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมายต้องเก็บปืนไว้ในที่พักอาศัย ไม่ควรนำออกไปพกพาในที่สาธารณะ ส่วนข้อยกเว้นจะมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งจำเป็นต้องใช้อาวุธระหว่างปฏิบัติหน้าที่

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ที่ยืนยันว่า ไม่สนับสนุนให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พกอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้สั่งการเพิ่มเติมเรื่องการควบคุมอาวุธปืน ให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณามาตรการเกี่ยวกับการออกและต่อใบอนุญาต พร้อมเร่งยกร่างกฎหมายที่ครอบคลุมทั้งตัวอาวุธปืน กระสุน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นให้บทลงโทษมีความจริงจังมากขึ้น

ในส่วนการบังคับใช้ นายกรัฐมนตรีต้องการให้ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจ ทั้งอาวุธปืนและยาเสพติด รวมถึงใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้กระทำผิด และในคดีที่มีเหตุอันควร ตำรวจสามารถยื่นคัดค้านการประกันตัวตามกระบวนการได้

สำหรับ ปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง แนวคิดที่กำลังพิจารณาคือให้เจ้าของเก็บไว้ภายในบ้าน ไม่ให้นำติดตัวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ส่วน ปืนเถื่อน อยู่ระหว่างศึกษากลไกที่จะเปิดโอกาสให้นำมาส่งมอบแก่รัฐ พร้อมพิจารณาเงื่อนไขทางกฎหมายและการยกเว้นโทษในกรณีที่เข้าสู่กระบวนการตามที่กำหนด

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดทบทวนการควบคุมปืนและกระสุนสำหรับนักกีฬายิงปืน โดยอาจกำหนดระบบการเบิกใช้และการจัดเก็บที่ชัดเจน ให้สนามยิงปืนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนรับผิดชอบในการควบคุมอุปกรณ์ ไม่ให้ปืนหรือกระสุนถูกนำออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ส่วนกฎหมายปัจจุบัน รัฐบาลเคยย้ำแล้วว่า การมีใบอนุญาต ป.4 ซึ่งอนุญาตให้ “มีและใช้อาวุธปืน” ไม่ได้หมายความว่าสามารถพกปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะได้ตามใจ การพกโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจเป็นความผิดตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 
นายกรัฐมนตรีจึงย้ำว่า หากกฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับ จะต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจน และไม่สามารถนำเหตุว่า “ไม่รู้กฎหมาย” มาใช้เป็นข้ออ้างในการฝ่าฝืนได้