นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงแนวทางดูแลค่าครองชีพประชาชนว่า รัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 50.2 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน สะท้อนว่ามาตรการภาครัฐเริ่มส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจยังเปราะบาง รัฐบาลจึงต้องขับเคลื่อนทั้งการเพิ่มรายได้และการดูแลราคาพลังงานควบคู่กัน

สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 1 แสนล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ โดยพบว่าสัดส่วนการใช้จ่ายอยู่ในกรุงเทพฯ เพียง 15-16% ส่วนอีกกว่า 84% กระจายลงสู่ร้านค้ารายย่อย ชุมชน และผู้ประกอบการในต่างจังหวัดอย่างทั่วถึง

รูปภาพบทความ

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) เพิ่มขึ้นจาก 7.2209 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 9.8642 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อตรึงราคาขายปลีก LPG ขนาดถัง 15 กิโลกรัม ไว้ที่ 423 บาท ไม่ให้ปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งช่วยสกัดกั้นต้นทุนการประกอบอาชีพของร้านอาหาร ผู้ค้ารายย่อย และภาระครัวเรือน ไม่ให้ส่งผ่านไปถึงราคาสินค้าและบริการ

รูปภาพบทความ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตระหนักถึงต้นทุนการแบกรับภาระดังกล่าว โดยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 มีตัวเลขติดลบอยู่ที่ 71,826.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 2,044 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะบริหารจัดการด้วยความระมัดระวังภายใต้กรอบวินัยทางการคลัง เพื่อรักษาแรงส่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้มั่นคงต่อไป