ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยศักดิ์ คล้ายแดง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ นำคณะผู้บริหารแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีถูกโจมตีบนโลกออนไลน์ว่าบริหารงานไม่โปร่งใส นำชื่อมหาวิทยาลัยไปทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) รับนักศึกษาจีนเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนข้ามชาติ และถูกครหาเป็นช่องทางสวมสิทธิออกวีซ่า โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และเตรียมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จ
มหาวิทยาลัยได้ชี้แจงรายละเอียดในแต่ละประเด็นข้อกล่าวหา ดังนี้:
-
กรณี MOU กับบริษัทจีน: MOU ทุกฉบับต้องผ่านการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยและรายงานต่อ สป.อว. ทุกครั้ง สำหรับเอกสาร MOU ปี 2565 กับบริษัท Fuzhou Rui Translation Service ที่ถูกนำมาแชร์นั้น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น "เอกสารปลอม" มีการปลอมแปลงทั้งตราประทับมหาวิทยาลัยและลายเซ็นอธิการบดี
-
กรณีการตั้ง China Center: ยืนยันว่าไม่เคยจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ภาพห้องที่ปรากฏในข่าวเป็นเพียงห้องพักอาจารย์ชาวจีนและศูนย์ประสานงานนักศึกษาต่างชาติเท่านั้น
-
กรณีเรียนจบ ป.ตรี ใน 5 ปี ตั้งแต่ ม.3: ไม่ใช่การลัดหลักสูตร แต่เป็นการเรียนในระบบเทียบโอนหน่วยกิต (Credit Bank) ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน อว.
-
กรณีสวมวีซ่าและเรียกเก็บเงิน 15,000 บาท: ปฏิเสธข้อครหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าการขอวีซ่า Non-ED ดำเนินการตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเคร่งครัด ออกให้เฉพาะผู้ที่เป็นนักศึกษาหรืออาจารย์ผู้สอนจริงเท่านั้น
ขณะนี้ มหาวิทยาลัยได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีกับผู้บิดเบือนข้อมูลอย่างถึงที่สุด ขณะเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ตรวจสอบกระบวนการทั้งหมด ทั้งการรับสมัคร การลงทะเบียน การเข้าเมือง และหลักสูตรอย่างละเอียด หากพบความผิดปกติพร้อมดำเนินการตามกฎหมายทันที






