วันที่ 3 ส.ค.69 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงข้อเสนอจากประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60:40” ต่อในไตรมาสหน้า โดยระบุว่า มาตรการใดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลพร้อมนำมาพิจารณา แต่ต้องประเมินความเหมาะสมของสถานการณ์ ภาวะเศรษฐกิจ และงบประมาณที่มีอยู่ควบคู่กันไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ “ไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม” แต่ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถยืนได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นเพื่อให้กลับมาขับเคลื่อนได้ รัฐบาลก็พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือเป็นระยะตามความเหมาะสม

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสตอบรับโครงการ นายอนุทินย้อนถามว่า ผู้สื่อข่าวได้ใช้สิทธิหรือไม่ และชอบหรือไม่ พร้อมกล่าวติดตลกว่า หากชอบก็ขอให้พูดดัง ๆ

สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัสรอบปัจจุบัน รัฐร่วมจ่ายร้อยละ 60 ขณะที่ประชาชนจ่ายร้อยละ 40 โดยรัฐสนับสนุนไม่เกินวันละ 200 บาท และไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 รวมวงเงินสูงสุดตลอดโครงการ 4,000 บาทต่อคน

กรณีนิด้าโพลพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่มองว่ามาตรการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ร้อยละ 33.24 ยังไม่แน่ใจว่าจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลยังมีเวลาอีก 3 ปี ให้ประชาชนพิจารณาความจริงใจและผลงาน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่สามารถประเมินตัวเองได้ แต่จะทำงานให้เต็มที่และยอมรับการตัดสินใจของประชาชนทุกกรณี

ส่วนโอกาสเพิ่มวงเงินสนับสนุนจากวันละ 200 บาท หากมีโครงการระยะต่อไป นายกรัฐมนตรีขอให้สอบถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบรายละเอียดด้านงบประมาณและมาตรการ

ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงการเปิดทางให้พิจารณาโครงการต่อเนื่อง ยังไม่ถือเป็นมติอนุมัติโครงการเฟส 2 และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องวงเงิน จำนวนผู้ได้รับสิทธิ ระยะเวลา หรือกำหนดเปิดลงทะเบียน