รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ประกาศมาตรการเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ด้วยการปรับลดอัตราภาษีการบริโภค (VAT) ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม จากปัจจุบัน 8% เหลือเพียง 1% เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2570 เป็นต้นไป นับเป็นการปรับลดภาษีในกลุ่มนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประกาศใช้ในปี 2532 พร้อมควักงบอัดฉีดเงินสดช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพื่อลดภาระภาษีให้เท่ากับ 0% ในทางปฏิบัติ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังวลเรื่องการสูญเสียรายได้ทางการคลังมหาศาล
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เปิดเผยถึงมาตรการปรับลดภาษีการบริโภคหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เหลือ 1% พร้อมชี้แจงเหตุผลว่า เดิมทีรัฐบาลมีนโยบายปรับลดให้เหลือ 0% ตามที่เคยหาเสียงไว้ แต่เนื่องจากการปรับปรุงระบบแคชเชียร์ของร้านค้าปลีกทั่วประเทศให้รองรับอัตรา 0% ต้องใช้ระยะเวลานาน จึงเปลี่ยนมาใช้อัตรา 1% แทน โดยรัฐบาลจะแจกเงินสดแก่ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ภายใต้วงเงินปีละ 6 แสนล้านเยน เพื่อชดเชยส่วนที่เหลือ ทำให้ภาระภาษีของประชาชนลดลงจนเท่ากับ 0% ในทางปฏิบัติ
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยืนยันว่า มาตรการนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี เพื่อรอการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบสวัสดิการเชื่อมโยงกับรายได้แบบใหม่ ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2572 และสัญญาว่าจะปรับอัตราภาษีกลับมาเป็น 8% ตามเดิมในปีเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลและข้อท้าทายอย่างหนักต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ โดยเฉพาะการสูญเสียรายได้ของรัฐบาลมหาศาลถึงประมาณ 10 ล้านล้านเยนตลอดช่วงเวลา 2 ปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง งบประมาณด้านสวัสดิการสังคม และการจัดหาที่มาของงบประมาณชดเชย โดยนายกฯ ทาคาอิจิ ระบุว่าจะหาเงินมาจากการปฏิรูปทางการคลังโดยไม่ใช้วิธีออกพันธบัตรชดเชยการขาดดุล แต่ยังไม่ได้ระบุแหล่งเงินทุนที่แน่ชัด
ขณะเดียวกัน แผนการดังกล่าวยังเผชิญแรงต้านอย่างหนักจากภายในพรรครัฐบาลอย่าง พรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย (LDP) โดย นายทาโระ โคโนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ออกมาเตือนว่า ไม่มีความกุมอำนาจหรือหลักประกันใดว่าราคาอาหารจะลดลงจริง และราคาสินค้าอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อครบกำหนด 2 ปีแล้วปรับภาษีกลับขึ้นมา ขณะที่ ยูกะ โอบุจิ อดีตหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของ LDP ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในคณะทำงานด้านภาษีเพื่อประท้วงแผนการดังกล่าวของรัฐบาลเช่นกัน





