วันที่ 30 ก.ค.69 - กองทัพเรือเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตราดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนได้แล้วกว่า 60% พร้อมตรวจพบและเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 589 ทุ่น ขณะที่พื้นที่ซึ่งกำหนดให้ไทยและกัมพูชาปฏิบัติการร่วมกันยังไม่มีความคืบหน้า
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมกองทัพเรือ หรือ นปท.ทร. ยังคงปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดตราด ตามกรอบถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและกำลังพล รวมถึงเปิดพื้นที่ชายแดนให้ประชาชนกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
แผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2569 กำหนดพื้นที่เป้าหมายรวม 488,494 ตารางเมตร ขณะนี้ฝ่ายไทยปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนแล้ว 296,996 ตารางเมตร หรือร้อยละ 60.80 เจ้าหน้าที่ตรวจพบและเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแล้ว 589 ทุ่น รวมทั้งวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด หรือ UXO อีก 40 รายการ บางพื้นที่ดำเนินการเสร็จสิ้นครบ 100% ส่วนพื้นที่ที่เหลือยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและเก็บกู้
สำหรับพื้นที่ขนาด 96,373 ตารางเมตร ซึ่งกำหนดให้เป็นพื้นที่เก็บกู้ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาตามถ้อยแถลงร่วม ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินงานร่วม และยังคงสงวนพื้นที่ไว้เพื่อรอความพร้อมของทั้งสองฝ่าย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 กองร้อยทหารช่าง กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ตรวจพบทุ่นระเบิดเพิ่มเติมในพื้นที่ชายแดนรวม 3 ทุ่น จุดแรกบริเวณบ้านท่าเส้น ใกล้อาคารคาสิโนทมอดา พบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 จำนวน 1 ทุ่น จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้ก่อนฝ่ายไทยเข้าควบคุมพื้นที่
ส่วนบริเวณบ้านชำราก ตรวจพบทุ่นระเบิดอีก 2 ทุ่น ได้แก่ ชนิด POMZ จำนวน 1 ทุ่น และชนิด Type 72 จำนวน 1 ทุ่น ยืนยันว่าหลายพื้นที่ยังมีทุ่นระเบิดตกค้างและจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
โฆษกกองทัพเรือระบุว่า กองทัพเรือจะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบของฝ่ายไทยอย่างเต็มกำลัง ภายใต้มาตรฐานการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม พร้อมหวังว่าการปฏิบัติงานในพื้นที่ร่วมจะเริ่มได้โดยเร็ว เมื่อไทยและกัมพูชามีความพร้อม เพื่อสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน












