การประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 เสร็จสิ้นลงอย่างประสบความสำเร็จ โดยเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย แพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ และบุคลากรด้านสาธารณสุขจากทั่วประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความก้าวหน้าทางวิชาการ เพื่อยกระดับการป้องกัน คัดกรอง และวินิจฉัยโรคธาลัสซีเมียของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ภายในงานได้มีการนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง Next-Generation Sequencing (NGS) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจหาพาหะและวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรม รวมถึงการผลักดันการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด (Newborn Screening) การยกระดับมาตรฐานเครือข่ายห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ และการพัฒนาฐานข้อมูลระดับชาติ เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายด้านการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเป็นระบบ
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมียประมาณ 18–24 ล้านคน หรือร้อยละ 30–40 ของประชากร และมีเด็กเกิดใหม่ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคประมาณ 12,000 รายต่อปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการแพทย์ ภาควิชาการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยที่มีคุณภาพ
ผลลัพธ์จากการประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ โดยมุ่งสร้างระบบตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมที่มีมาตรฐาน ครอบคลุม และเข้าถึงได้ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “Thalassemia-Free Generations” หรือ “เจเนอเรชันที่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” เพื่อให้เด็กไทยทุกคนมีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างสังคมสุขภาพที่ยั่งยืนในอนาคต











