แฟรงกี้ เดอ ยอง กองกลางตัวเก่งของสโมสรบาร์เซโลนา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านช่องทางส่วนตัวเพื่อชี้แจงสถานการณ์หลังจากตกเป็นเป้าหมายของกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับปัญหาภายในทีม โดยมีใจความสำคัญระบุว่า:
"เรียน แฟนบอลทุกท่าน,
โดยปกติแล้ว ผมไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งที่เขียนถึงตัวผม ทีม หรือสโมสรเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บและสถานการณ์ของผมที่บาร์ซ่า
มันยากเหลือเกินที่ต้องเห็นคนตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์และความทุ่มเทที่ผมมีต่อสโมสรจากรายงานข่าวที่เป็นเท็จ ฟุตบอลคือทุกสิ่งสำหรับผม และผมทุ่มเททุกอย่างที่มีให้ FC บาร์เซโลนาและประเทศของผมเสมอ นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น
ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก ผมได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า หลังจากการประเมินครั้งแรก หมอบอกผมว่าเป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อยและมันจะไม่แย่ลงถ้าผมเล่นต่อ ความท้าทายเดียวคือการเล่นทั้งที่มีอาการเจ็บ แต่ตลอดอาชีพการค้าแข้ง ผมทำแบบนั้นเสมอเมื่อใดก็ตามที่ผมสามารถช่วยทีมได้ ทั้งสโมสรของผมและประเทศของผม
ในช่วงวันหยุด ผมกลับมาที่บาร์เซโลนาเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพิ่มเติม ผลตรวจแสดงให้เห็นว่าอาการบาดเจ็บรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ตอนแรก โชคดีที่ในขั้นตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และตอนนี้ผมมุ่งเน้นไปที่การฟื้นตัวและกลับคืนสู่สนามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทุกๆ วัน ผมทำงานเพื่อให้อยู่ในสภาพร่างกายที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมจริงจังกับอาชีพ ร่างกาย และความรับผิดชอบที่มีต่อทีมอย่างมาก แต่บางครั้งก็มีเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ และอาการบาดเจ็บครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
การได้เล่นให้บาร์ซ่าและทีมชาติเนเธอร์แลนด์คือสิ่งที่ผมภาคภูมิใจเหลือเกิน และความทุ่มเทที่ผมมีต่อทั้งสองสิ่งจะไม่เปลี่ยนแปลง ผมจะยังคงทุ่มเททุกอย่างเพื่อตราสโมสรนี้ เพื่อเพื่อนร่วมทีม และเพื่อแฟนบอลของเรา
ยังมีช่วงเวลาอีกมากมายที่เราจะสร้างร่วมกันและเป้าหมายที่เราต้องการบรรลุร่วมกัน ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุน ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้กลับมาแล้ว 💙❤️🧡
วิสกา บาร์ซ่า เซมเปร
แฟรงกี้ "
นอกจากนี้ กองกลางวัยเก๋าได้เน้นย้ำว่า ตนเองให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่ออาชีพ ร่างกาย และความรับผิดชอบที่มีต่อเพื่อนร่วมทีม แต่มีบางเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมและอาการบาดเจ็บครั้งนี้ก็คือหนึ่งในนั้น โดยยืนยันว่าความมุ่งมั่นที่มีต่อตราสโมสร เพื่อนร่วมทีม และแฟนบอลทุกคนไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และตั้งตารอวันที่จะได้กลับมาลงสนามร่วมสร้างเป้าหมายและความสำเร็จด้วยกันอีกครั้ง
ภาพ : AP





