เปิดภาพความประทับใจ ครอบครัวเบญจรงคกุล เยือนรั้ว Peking University เตรียมความพร้อมลูกชายเข้าเรียนภาษาและหาประสบการณ์ต่างแดน แฟนคลับแห่ชื่นชมการวางแผนอนาคตที่มั่นคง
หากพูดถึงคุณแม่ที่ทุ่มเทเพื่อลูกชายแบบเกินร้อย ชื่อของ “ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล” ย่อมอยู่ในใจของใครหลายคนอย่างแน่นอน ล่าสุดสร้างความฮือฮาให้กับวงการบันเทิงและแวดวงการศึกษา เมื่อเธอควงแขนสามีนักธุรกิจระดับแนวหน้าของเมืองไทย “เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล” พร้อมด้วยลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “น้องข้าวหอม-ชีวกิตต์” วัย 13 ปี เดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อเยี่ยมชมสถานศึกษาชื่อดังระดับโลก เป็นการเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับก้าวสำคัญในอนาคต
บุกรั้วมหาวิทยาลัยปักกิ่ง สัมผัสความเข้มงวดระดับสากล
การเดินทางในครั้งนี้มีจุดหมายสำคัญอยู่ที่ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) ซึ่งถือเป็นสถาบันการศึกษาอันดับต้นๆ ของเอเชียและของโลก โดยคุณแม่ตั๊กได้เปิดเผยภาพบรรยากาศการเยี่ยมชมผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมระบุว่าการเข้าชมสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดและต้องมีการประสานงานล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรู้จักในการประสานงานครั้งนี้ ทำให้ครอบครัวได้เข้าไปเห็นสภาพแวดล้อมที่จริงจังและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพทางวิชาการ
แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี เพื่อทักษะภาษาแบบมืออาชีพ
วิสัยทัศน์ของครอบครัวเบญจรงคกุลในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการมองหาที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานระยะยาวถึง 5 ปี โดยมีแผนที่จะส่ง น้องข้าวหอม มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเพื่อเรียนรู้ภาษาจีนในช่วงปิดเทอมตั้งแต่ระดับมัธยมต้น ไปจนถึงมัธยมปลาย แม้ว่าหลักสูตรในอนาคตจะเน้นภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่เจ้าสัวบุญชัยมองว่าการได้ภาษาจีนเพิ่มขึ้นมา จะเป็นแต้มต่อที่สำคัญอย่างยิ่งในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน
แม่คือแรงผลักดัน พ่อคือเข็มทิศนำทาง
ในโพสต์ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ตั๊ก บงกช ได้เผยความในใจว่าเธอพร้อมสนับสนุนลูกชายในทุกด้าน และดีใจที่ลูกชายเชื่อมั่นในแนวทางที่ปะป๊าวางไว้ โดยข้อความระบุว่า "ปิดเทอมต่อไปก็ต้องมาเรียนภาษา จนกว่าจะจบ ม.6 แป๊บๆ ปีนึงผ่านไปไวมากจริงๆ แม่เป็นกำลังใจให้ลูกนะ เชื่อป๊านะลูก แม่ดีใจที่ลูกเชื่อป๊านะ ป๊าต้องคิดมาดีแล้ว ลูกแม่สู้ๆ" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและการเคารพในการตัดสินใจร่วมกันของคนในครอบครัว
เสียงชื่นชมจากแฟนคลับต่อแนวคิด "สร้างรากฐานก่อนเติบโต"
หลังจากเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นชื่นชมวิสัยทัศน์ของคุณพ่อและคุณแม่เป็นจำนวนมาก หลายคนมองว่าการเริ่มต้นเตรียมตัวตั้งแต่น้องอายุ 13 ปี เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฝึกฝนภาษาและปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ๆ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับทายาท

























