นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) เลื่อนการประชุมพิจารณาเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่น 5,924 คนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานเรื่องการเลื่อนประชุม แต่ได้กำชับให้คณะกรรมการการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เร่งทำรายงานมติที่ประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พิจารณาดำเนินการต่อ
ส่วนข้อถกเถียงเรื่องอำนาจของ กสถ. ในการเพิกถอนรายชื่อข้าราชการ นายอนุทินย้ำว่าเป็นมติของคณะกรรมการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากผู้ได้รับผลกระทบเห็นว่าไม่เป็นธรรมก็มีสิทธิ์ฟ้องร้องพิสูจน์กันตามกระบวนการ รัฐมนตรีไม่สามารถเข้าไปชี้นำได้ นอกจากนี้ยังได้หารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลความถูกต้องในข้อกฎหมาย
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น 5,960 รายชื่อ โดยตอบโต้กรณีถูกวิจารณ์ว่าใช้เวที กมธ. โจมตีรัฐบาล ยืนยันว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
นายรังสิมันต์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญจากการประชุม กมธ. ว่า พบหลักฐานการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านไม่ตรงกับความจริง ซึ่งสะท้อนถึงการทุจริตแก้ไขไฟล์คะแนนให้ผู้สอบตกกลายเป็นผู้สอบผ่าน โดยพยานหลักฐานสำคัญอยู่ในแฟลชไดรฟ์ต้นฉบับที่อยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)
"มีความเป็นไปได้ 3 แนวทาง คือ สถ. ทุจริต, มศว. ทุจริต หรือร่วมกันทุจริตทั้งสองหน่วยงาน โดยมีผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวข้อง" นายรังสิมันต์กล่าว พร้อมระบุว่าตรวจสอบพบการทำผิดเงื่อนไข TOR หลายประการ เช่น การสำรองข้อมูล และการขาดตราประทับรับรองจากมหาวิทยาลัยในบัญชีรายชื่อ
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ยังแสดงความกังวลว่าคดีนี้อาจมีความพยายามตัดตอน เนื่องจากปัจจุบันมีการตั้งกรรมการสอบวินัยเพียง 5 ราย และจับกุมผู้ต้องหาเพียง 3 ราย ขณะที่ข้าราชการระดับสูงและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีก 11 รายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไฟล์สแกนกระดาษคำตอบยังไม่ถูกดำเนินคดีหรือหมายเรียกแต่อย่างใด รวมถึงการอายัดทรัพย์โดย ปปง. ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่ง กมธ. จะประสาน ป.ป.ช. ให้นำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับกระดาษคำตอบต้นฉบับเพื่อหาผู้กระทำผิดตัวจริงมาลงโทษให้ได้






