พรรคเศรษฐกิจ ประกาศล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์! “สส.อังสณา”กมธ.ฟอกเงินฯ เปิดเวทีใหญ่สระแก้ว ผนึก “พล.อ.รังษี” ปลุกประชาชนสู้พนันออนไลน์–โจรไซเบอร์ข้ามชาติ พร้อมรับเรื่องร้องเรียนผลกระทบชายแดน
วันนี้ (21 ก.ค.) ที่จังหวัดสระแก้ว คณะกรรมาธิการการป้องกัน ปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ “รู้เท่าทันปัญหาการพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” เพื่อเปิดโปงกลโกง สร้างภูมิคุ้มกัน และปลุกพลังประชาชนร่วมสกัดเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังล้วงเงินประชาชนและกัดกินเศรษฐกิจไทยอย่างหนัก
นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจ และโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกัน ปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ร่วมบรรยายพิเศษด้านความมั่นคงและแนวทางรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สส.อังสณา กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่า ภัยจากพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในวันนี้ ไม่ใช่โจรกระจอกที่โทรศัพท์มาหลอกประชาชนเป็นรายคนอีกต่อไป แต่พัฒนาเป็นเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติ มีการแบ่งหน้าที่ วางระบบ ใช้เทคโนโลยี และใช้จิตวิทยาควบคุมเหยื่ออย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ทั้งการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกคืนภาษี หลอกลงทุน หลอกว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน หรือสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อหวาดกลัวจนขาดสติและรีบโอนเงินให้คนร้าย ล้วนเป็นกลโกงที่กำลังระบาดอย่างหนักและสร้างความเสียหายต่อประชาชนทุกระดับ
“ทุกบาทที่ประชาชนถูกหลอก ไม่ได้หายไปจากครอบครัวหนึ่งเท่านั้น แต่กำลังไหลเข้าสู่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กลายเป็นทุนหมุนเวียนของขบวนการฟอกเงิน พนันออนไลน์ และธุรกิจผิดกฎหมาย รัฐจะปล่อยให้ประชาชนถูกปล้นซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ได้” สส.อังสณา กล่าว
ภายในงานมีการเปิดโปงกลโกงรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ เพื่อให้ประชาชนรู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ พร้อมเตือนภัยพนันออนไลน์ที่กำลังลุกลามในกลุ่มเด็กและเยาวชน สร้างปัญหาหนี้สิน ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาสุขภาพจิต และทำลายอนาคตของคนรุ่นใหม่
ด้าน พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กล่าวว่า การปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะหวังพึ่งเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะตราบใดที่ประชาชนยังไม่รู้เท่าทัน คนร้ายก็ยังสามารถเปลี่ยนกลโกง เปลี่ยนช่องทาง และกลับมาหลอกได้อีก
“ประชาชนที่รู้เท่าทัน คือกำแพงด่านแรกของประเทศ เมื่อประชาชนไม่หลงเชื่อ ไม่โอนเงิน และกล้าแจ้งเบาะแส ขบวนการเหล่านี้ก็จะเดินต่อได้ยากขึ้น” พล.อ.รังษี กล่าว
พล.อ.รังษี ย้ำว่า ต้องเดินหน้าตัดวงจรบัญชีม้า ไล่เส้นทางการเงิน ทลายเครือข่ายฟอกเงิน และเอาผิดผู้ที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ใช่จับเพียงปลายแถวแล้วปล่อยตัวการใหญ่ลอยนวล
นอกจากนี้ สส.อังสณา และคณะยังได้รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บริเวณชายแดน รวมถึงปัญหาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ประชาชนร้องเรียนว่า ไม่ได้เข้ามาดูแล ช่วยเหลือ หรือแก้ไขความเดือดร้อนอย่างเพียงพอ
ประชาชนขอให้เร่งตรวจสอบทั้งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และความปลอดภัยของชุมชน ตลอดจนตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใดละเลยต่อหน้าที่ ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาโดยไม่ได้รับการเยียวยาหรือไม่
สส.อังสณา ระบุว่า จะรวบรวมข้อเท็จจริงและนำเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งชี้แจงและแก้ไขปัญหา เพราะประชาชนในพื้นที่ชายแดนไม่ควรถูกทอดทิ้งให้รับผลกระทบอยู่เพียงลำพัง
“เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ดูแลประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องวิ่งหาความช่วยเหลือกันเอง เมื่อมีข้อร้องเรียนว่าหน่วยงานในพื้นที่ไม่ทำหน้าที่ ก็ต้องตรวจสอบให้ชัด ใครละเลย ใครปล่อยปละ และใครต้องรับผิดชอบ” สส.อังสณา กล่าว
การสัมมนาครั้งนี้มีผู้นำชุมชน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และประชาชนจากหลายพื้นที่ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง กระจายความรู้ลงไปถึงระดับครัวเรือน และสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนจากพื้นที่โดยตรง
คณะกรรมาธิการการป้องกัน ปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ย้ำว่า การแก้ปัญหาจะทำเพียงตั้งรับไม่ได้ แต่ต้องเดินหน้าทั้งการปราบปราม การตัดเส้นทางการเงิน การอุดช่องโหว่ของกฎหมาย และการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐต้องไม่ทอดทิ้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน และต้องเร่งแก้ไขทุกข้อร้องเรียนอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา





