วันนี้ (21 ก.ค.69) เวลา 09.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 10/2569 โดยก่อนเริ่มการประชุมผู้บัญชาการทหารบกได้มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยที่มีผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการมียอดทหารกองประจำการสมัครใจเลื่อนปลด ประจำปี 2569 ในระดับดีเลิศ รวม 3 หน่วย ประกอบด้วย กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5, กองพันทหารม้าที่ 6 ในพระองค์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และกองพันทหารช่างที่ 6 รวมทั้งได้มอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือบุตรที่มีความต้องการพิเศษของกำลังพลในสังกัดกองทัพบก รวม 626 ทุน โดยผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวชื่นชมหน่วยที่ได้รับรางวัล ซึ่งได้ดูแลความเป็นอยู่ และสร้างแรงจูงใจให้กับทหารกองประจำการ จนเป็นผลเชิงประจักษ์ให้มีการสมัครใจรับราชการต่อกับกองทัพบกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งในเรื่องเงินสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือบุตรที่มีความต้องการพิเศษที่ได้รับ ขอให้หน่วยได้นำไปมอบให้กำลังพลให้ได้ใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ต่อไป
จากนั้นที่ประชุมได้รับฟังผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประกอบด้วย
กรมกำลังพลทหารบก ชี้แจงแนวทางการดูแลทหารกองประจำการผลัดที่ 1/69 ซึ่งมีกำหนดกลับเข้าหน่วยหลังจากลาพักในช่วงเดือน ก.ค. 69 ให้เป็นไปอย่างครอบคลุมทั้งด้านความเป็นอยู่ การแบ่งมอบการปฏิบัติหน้าที่ และการดูแลสิทธิสวัสดิการ, การจัดกิจกรรมเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ให้กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
กรมยุทธการทหารบก ได้รายงานผลการปฏิบัติที่สำคัญของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก ในเดือนที่ผ่านมา ได้แก่ การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ตรวจพบการกระทำผิด 35 ครั้ง ยึดของกลางได้ ยาบ้า 17,419,110 เม็ด ไอซ์ 521 กิโลกรัม เคตามีน 11 กิโลกรัม เฮโรอีน 3 กิโลกรัม และฝิ่น 25 กิโลกรัม, การจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตรวจพบการกระทำผิด 146 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิดรวม 441 คน การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าและลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ยึดไม้พะยูง 206 ท่อน และไม้ประดู่ 52 ท่อน, การสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้า เกษตรและสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจพบการกระทำผิด 36 ครั้ง ยึดของกลางหลายรายการ อาทิ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และน้ำมันปาล์มเลี่ยงภาษี รวมทั้งอาวุธปืนและกระสุนปืน
กรมกิจการพลเรือนทหารบก ได้รายงานการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติของกองทัพบก ได้แก่ โครงการจิตอาสาบริจาคโลหิต “10 ล้านหยด ทศวรรษ ทศมินทร์” เนื่องในโอกาสพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 10 ปี และกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 ส.ค.69
ในช่วงท้ายของการประชุม ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณการปฏิบัติงานของทุกหน่วยที่ดำเนินการตามแผนงานของกองทัพบก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำให้หน่วย นำแนวทางที่กรมฝ่ายเสนาธิการได้ชี้แจงไปขยายผลการปฏิบัติ โดยมีกิจสำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการกำกับดูแลหน่วย กำลังพล และครอบครัว โดยเฉพาะมาตรการพิทักษ์กำลังพล สำหรับกรณีที่ตรวจพบการกระทำผิด ผู้บังคับหน่วยต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข ดำเนินการสอบสวน และลงทัณฑ์ผู้ที่กระทำผิดในทันที เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก, ด้านการช่วยเหลือประชาชน ให้ใช้กลไกประสานร่วมระหว่างหน่วยต่างๆ อาทิ ฝ่ายปกครองจังหวัด, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ศูนย์ประสานงานจิตอาสาพระราชทานกองทัพบก ในการวางแผน เตรียมการ และซักซ้อมการให้ความช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งหน่วยต้อง ถอดบทเรียนและคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า ทั้งปัญหาอุทกภัย และปัญหาภัยแล้ง เพื่อเตรียมการป้องกันได้อย่างครอบคลุม และลดผลกระทบต่อประชาชนในบริเวณกว้าง, ด้านการเตรียมความพร้อมของหน่วย ให้วิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงอย่างรอบด้าน ทั้งพื้นที่ชายแดนและความมั่นคงภายใน หน่วยต้องมีความตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น นำไปสู่การเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอยู่เสมอ
ทั้งนี้ ขอให้กำลังพลทุกนายยึดมั่นในอุดมการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน” ดำรงความเป็นเอกภาพของกองทัพบก พร้อมน้อมนำพระราชปณิธาน 5 ประการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหลักยึดในการปฏิบัติงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก, 21 กรกฎาคม 2569

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ