ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การรับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ครั้งใหญ่ในสัปดาห์หน้า โดยเล็งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เพิ่มจุดบริการ และปรับปรุงเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หลังพบประชาชนจำนวนมากหลุดจากระบบและได้รับผลกระทบจากเกณฑ์เดิม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการอุทธรณ์สิทธิ โดยเน้นการเข้าถึงพื้นที่และลดภาระประชาชน เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมในระบบฐานข้อมูลสวัสดิการรัฐ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยรายละเอียดว่า กระทรวงมหาดไทยจะจัดพื้นที่อุทธรณ์และส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมาเองได้ โดยนอกจากธนาคารกรุงไทย และ ธ.ก.ส. แล้ว จะมีการเพิ่มจุดบริการที่สำนักงานขนส่ง ที่ว่าการอำเภอ และจัด “อำเภอเคลื่อนที่” ลงไปให้บริการถึงศาลากลางหมู่บ้าน

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกปรับปรุงเกณฑ์พิจารณาสิทธิเกี่ยวกับยานพาหนะ ดังนี้:

  1. รถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 15 ปี จะไม่นำมานับเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์
  2. รถจักรยานยนต์สามารถมีได้ 2 คัน แม้จะยังผ่อนชำระอยู่ก็ไม่เสียสิทธิ์
  3. ยกเว้นค่าธรรมเนียม ในการขอตรวจสิทธิสำหรับประชาชน
  4. กรณีรถโอนลอยหรือแอบอ้างชื่อ รัฐบาลจะจัดให้มีกระบวนการพิสูจน์สิทธิและปรับปรุงทะเบียนใหม่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิโดยไม่จำเป็น

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าการทบทวนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วย “คนจนตัวจริง” เนื่องจากฐานข้อมูลเดิมไม่ได้ปรับปรุงมา 4-5 ปีแล้ว โดยหัวใจสำคัญคือการดึงคนที่เดือดร้อนแต่ตกสำรวจประมาณ 2.3 ล้านคนเข้าสู่ระบบ พร้อมทั้งคัดกรอง “คนจนปลอม” ที่แอบอ้างรับสิทธิออกไป

“รัฐบาลพร้อมขยายระยะเวลาอุทธรณ์และตั้งศูนย์ One Stop Service ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อแก้ปัญหาข้อมูลไม่ทันสมัย โดยย้ำว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการช่วยผู้ลำบากที่สุด ส่วนสวัสดิการอื่นๆ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และด้านการศึกษา ประชาชนยังได้รับตามปกติไม่เปลี่ยนแปลง” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำเข้าที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า รวมถึงการพิจารณาโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อเป็นของขวัญและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนต่อไป

รูปภาพบทความ