นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมากล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลเกี่ยวกับระบบการคัดกรองผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้สะท้อนถึงความผิดพลาดอย่างรุนแรงของระบบคัดกรอง เนื่องจากรัฐบาลพยายามจำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิให้อยู่ภายใต้กรอบงบประมาณประมาณ 42,000 ล้านบาท สำหรับคน 9-10 ล้านคน ทำให้มีการใช้หลักเกณฑ์ที่แข็งตัวเกินไปจนไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของความยากจนที่มีความซับซ้อน ส่งผลให้ประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ ต้องตกหล่นจากระบบการช่วยเหลืออย่างน่าเสียดาย

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า  แม้รัฐบาลจะพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องข้อมูลการถือครองรถยนต์หรือกลุ่มนักศึกษาที่ยากจน แต่รากเหง้าของปัญหาคือฐานข้อมูลภาครัฐที่ไม่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเอง ทั้งที่เป็นความผิดพลาดจากระบบของหน่วยงานรัฐเอง นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนวิธีการประเมินจากเกณฑ์ "ผ่านหรือตก" ในทุกข้อ มาเป็นการใช้ระบบ "คะแนน" (Point System) เพื่อพิจารณาภาพรวมทั้งรายได้ หนี้สิน และภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งจะสะท้อนความจำเป็นในการรับสวัสดิการได้แม่นยำกว่าการดูเพียงแค่ว่ามีรถเกิน 1 คัน หรือมีหนี้เกิน 1 แสนบาทหรือไม่

นอกจากนี้ รองหัวหน้าพรรคประชาชนยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการ "60/40 ไทยช่วยไทยพลัส" ที่รัฐบาลเตรียมไว้รองรับผู้ที่พลาดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า เป็นเพียงมาตรการปลอบใจที่ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีระยะเวลาสั้นเพียง 2 เดือน และกำหนดให้ประชาชนต้องร่วมจ่ายถึง 40% ซึ่งผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ไม่มีกำลังเงินเพียงพอที่จะเข้าร่วม อีกทั้งงบประมาณในโครงการนี้กลับสูงกว่างบช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลายเท่าตัว จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบและปรับปรุงฐานข้อมูลของทุกหน่วยงานให้ถูกต้องก่อนจะปิดรับการอุทธรณ์ในวันที่ 20 กันยายนนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริงและไม่เกิดความผิดพลาดซ้ำซ้อนอีก