นายวิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อพิจารณาชี้ขาดกรณีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. โดยระบุว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ส่งผลให้ถือว่าได้สละสิทธิ์ในการเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช.
สำหรับรายละเอียดของกรณีดังกล่าว นายวิษณุอธิบายว่า ในขั้นตอนการสรรหาเบื้องต้น นพ.สรณ ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างถูกต้องในขณะนั้น แต่ต่อมาภายหลังจากการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ ICT ของวุฒิสภาตามที่มีการร้องเรียน พบข้อเท็จจริงว่า นพ.สรณ ยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งถือเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยพยานหลักฐานที่ปรากฏมีความชัดเจนว่าลักษณะต้องห้ามนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ได้รับการคัดเลือกแต่ก่อนขั้นตอนการนำความกราบบังคมทูลเพื่อแต่งตั้ง หรือดำรงอยู่ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง
ตามกฎหมายมาตรา 8 กำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามจะต้องดำเนินการสละสิทธิ์หรือทำให้ลักษณะต้องห้ามนั้นพ้นไปภายในระยะเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด ซึ่งเป็นวันก่อนหน้าที่จะมีการนำความกราบบังคมทูลฯ แต่เมื่อพบว่ายังคงมีสถานะที่เป็นข้อห้ามอยู่ จึงถือตามตัวบทกฎหมายว่าผู้นั้นได้สละสิทธิ์การเข้ารับการสรรหาและการดำรงตำแหน่งไปโดยปริยาย ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดของการดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐที่ผู้ดำรงตำแหน่งต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนและไร้ลักษณะต้องห้ามตลอดเวลา
ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปหลังจากคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติดังกล่าวแล้ว ฝ่ายเลขานุการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะดำเนินการส่งเรื่องกลับไปยังช่องทางที่รับเรื่องมา เพื่อดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่และสถานะของประธาน กสทช. ตามคำวินิจฉัยที่เป็นเอกฉันท์ในครั้งนี้





