ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้เรียกประชุมคณะทำงานเพื่อติดตามความคืบหน้าการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยมุ่งเน้นการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทันทีเพื่อความรวดเร็ว โดยเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคล 11 รายที่ถูกพบในจุดเกิดเหตุที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการท้องถิ่น 9 ราย และพนักงานบริษัทอีก 2 ราย ในข้อหาร่วมกันแก้ไขเอกสารทางราชการ (กระดาษคำตอบ) ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งหากพบความเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มเติมจะส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายมาตรา 157 ต่อไป

สำหรับการขยายผลสอบปากคำข้าราชการที่ได้รับการบรรจุไปแล้วกว่า 5,000 คนทั่วประเทศนั้น ผบช.ก. ระบุว่าได้เตรียมแนวทางรองรับหากมีการสั่งการจาก ป.ป.ช. โดยอาจใช้กำลังพนักงานสอบสวนในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศช่วยสอบปากคำตามประเด็นที่กำหนดเพื่อความรวดเร็ว ขณะที่การตรวจสอบความผิดปกติในขั้นตอนการทำสัญญานั้น ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน บก.ปปป. ได้เข้าสอบปากคำผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจดีลงานกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบรายละเอียดสัญญาจ้างและประเด็นที่ ป.ป.ช. เคยทักท้วงไว้ ซึ่งขณะนี้ผู้อำนวยการคนดังกล่าวอยู่ระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยของทางมหาวิทยาลัยด้วย

ด้านนายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวาระสำคัญในการเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นกลุ่มแรกจำนวน 3,621 คน ที่พบความเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยนายวันชัยระบุว่ายังต้องรอผลการพิจารณาจากที่ประชุมอย่างละเอียดว่าอำนาจการเพิกถอนเป็นของ กสถ. หรือ ก.กลาง รวมถึงการเตรียมรับมือหากมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองคำสั่งเพิกถอนในอนาคต ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ

คดีนี้ถือเป็นมาตรการกวาดล้างทุจริตในระบบราชการครั้งสำคัญ โดยทางตำรวจสอบสวนกลางยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิด โดยเฉพาะกลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินและเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันแก้ไขคะแนนสอบเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

รูปภาพบทความ