ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในช่วงการซื้อขายครึ่งเช้าของวันนี้ (16 กรกฎาคม 2569) ปรับตัวในทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยปิดตลาดที่ระดับ 1,637.27 จุด เพิ่มขึ้น 7.06 จุด หรือคิดเป็นการขยายตัว 0.43% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายรวมที่หนาแน่นถึง 43,896 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง หลังจากเผชิญกับความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในวันนี้ มาจากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ประกาศออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง สัญญาณเหล่านี้ส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก เนื่องจากช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อแรงกดดันด้านดอกเบี้ยลดน้อยลง กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) จึงเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวโดดเด่นและเป็นตัวหนุนดัชนีในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มการเงิน และกลุ่มค้าปลีก ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและการปรับตัวของภาวะดอกเบี้ยที่เริ่มนิ่งมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่นักลงทุนคาดหวังผลประกอบการไตรมาสที่สองที่จะทยอยประกาศออกมาในช่วงปลายเดือนนี้

อย่างไรก็ดี แม้ดัชนีจะปรับตัวขึ้นได้อย่างน่าพอใจ แต่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากหลายสถาบันยังคงเตือนให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจ โดยประเมินว่าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวอยู่ในกรอบแนวรับที่ 1,615 จุด และแนวต้านที่ 1,650 จุด เนื่องจากเมื่อดัชนีปรับตัวขึ้นมาถึงระดับแนวต้านสำคัญ อาจมีแรงขายทำกำไรจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการล็อคกำไรหลังจากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว นักลงทุนยังคงต้องจับตาความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และทิศทางของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะถัดไป สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงบ่ายวันนี้ แนะนำให้นักลงทุนเน้นการเก็งกำไรในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และเลือกสะสมหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ โดยควรมีการกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เพื่อบริหารความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในวันนี้ถือเป็นการสะท้อนความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่สอดประสานกับทิศทางเศรษฐกิจโลก แม้ความท้าทายหลายด้านจะยังคงอยู่ แต่การที่ตลาดสามารถยืนเหนือระดับ 1,630 จุด ได้อย่างมั่นคง ถือเป็นสัญญาณบวกที่ส่งผลดีต่อภาพรวมการลงทุนตลอดช่วงครึ่งปีหลังนี้