พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ด้วยตนเองเพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตล่าสุดรวม 27 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 63 ราย โดยศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พร้อมเปิดศูนย์ประสานงานให้ญาติเข้าติดต่อข้อมูลที่ สน.พหลโยธิน และ ศปก.ตร. ขณะที่ในส่วนของผู้บาดเจ็บได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเข้าสอบปากคำรายที่อาการดีขึ้นแล้ว ส่วนเจ้าของกิจการยังคงรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ซึ่งตำรวจได้ตั้งคณะทำงานสอบสวนชุดใหญ่ร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เพื่อเรียกสอบทั้งหุ้นส่วน ผู้จัดการ ช่างผู้รับเหมาต่อเติม และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในการออกใบอนุญาต
จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบประเด็นที่น่าสลดใจและส่อถึงความประมาทอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำชายและหญิงที่พบผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เนื่องจากผู้ประสบเหตุพยายามวิ่งหาทางออกแต่กลับติดอยู่ในพื้นที่จำกัด ตรวจสอบพบว่าประตูทางออกบริเวณห้องน้ำมีโต๊ะจำหน่ายทอฟฟี่ตั้งขวางทางไว้ นอกจากนี้ยังพบประตูบานเลื่อนอีกจุดที่มีป้ายระบุว่า “ทางออก” แต่กลับไม่มีลูกบิดหรือมือจับประตู รวมถึงทางเดินที่แคบมากจนเดินได้เพียงครั้งละหนึ่งคนเนื่องจากมีชั้นวางของและล็อกเกอร์ตั้งกีดขวาง ผบ.ตร. ย้ำว่าหากพบว่าประตูถูกล็อกหรือใช้งานไม่ได้จริงในขณะเกิดเหตุ จะถือเป็นการกระทำโดยประมาทที่ต้องมีผู้รับผิดชอบทางอาญาอย่างถึงที่สุด รวมถึงต้องตรวจสอบวัสดุตกแต่งเหนือเวทีดนตรีว่าเป็นวัสดุไวไฟที่ผิดกฎหมายหรือไม่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุอีกว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เป็นเพียง “อุทาหรณ์” อีกต่อไป เพราะเป็นปัญหาซ้ำซากที่เกิดจากความเห็นแก่ได้ของผู้ประกอบการที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย โดยสั่งให้ พฐ. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมดเนื่องจากมีรายงานว่าร้านมีปัญหาไฟตกบ่อยครั้ง ซึ่งอาจเกิดจากการใช้ไฟฟ้าเกินกำลังหรือระบบคัตเอาต์ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งสั่งตรวจสอบย้อนหลังการขออนุญาตต่อเติมอาคารที่มีอายุกว่า 53 ปี ว่ามีการดัดแปลงผิดจากแบบที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ สำหรับกระแสข่าวที่ว่าเจ้าของร้านมีความเชื่อมโยงเป็นญาติกับนายตำรวจระดับสูงในพื้นที่ ผบ.ตร. ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีการใช้อิทธิพลช่วยเหลือกันเด็ดขาด เพราะเป็นคดีที่มีความสูญเสียร้ายแรงและเป็นที่จับตาของสังคม
ส่วนประเด็นการส่งตัวผู้บาดเจ็บ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่าไม่มีโรงพยาบาลใดปฏิเสธการรับผู้ป่วยตามที่มีกระแสข่าว โดยเฉพาะโรงพยาบาลตำรวจที่รับผู้ป่วยตามศักยภาพอย่างเต็มที่ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ภายใน 2-3 วัน เจ้าหน้าที่จะเข้าเคลียร์พื้นที่เหนือเวทีและฝ้าเพดานเพื่อหาจุดต้นเพลิงที่ชัดเจน พร้อมเปรียบเทียบภาพถ่ายของร้านก่อนเกิดเหตุเพื่อหาพยานหลักฐานมัดตัวผู้กระทำผิด นอกจากนี้ยังได้สั่งการปูพรมตรวจสอบสถานบันเทิงทั่วประเทศให้มีมาตรการความปลอดภัยและทางหนีไฟที่ได้มาตรฐาน เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยขึ้นอีก





