เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ช่วงดึกวันที่ 12 กรกฎาคม ต่อเนื่องวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียและสะเทือนใจ พร้อมตอกย้ำว่า อัคคีภัยในร้านอาหารหรือสถานบันเทิงสามารถเกิดขึ้นและลุกลามได้อย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ยังต้องรอผลตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ

Wellness หรือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย หรือพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีความรู้ด้านความปลอดภัย และสามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง

ต่อไปนี้คือ 7 วิธีหนีไฟที่ควรรู้ เมื่อต้องเข้าไปใช้บริการร้านอาหาร ผับ บาร์ โรงเบียร์ หรือสถานที่จัดกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก

1. เข้าร้านแล้วมองหาทางออกทันที

ก่อนเลือกโต๊ะหรือเริ่มถ่ายภาพอาหาร ลองใช้เวลาสักครู่มองหาป้ายทางออก ประตูฉุกเฉินและบันไดหนีไฟ โดยควรจำทางออกไว้อย่างน้อย 2 ทาง เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ทางเข้าหลักอาจมีคนเบียดเสียด มีสิ่งกีดขวาง หรือถูกควันและเปลวไฟปิดกั้น

องค์การป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NFPA แนะนำให้ผู้ใช้บริการสถานบันเทิงตรวจดูเส้นทางออกตั้งแต่เข้าไปในสถานที่ รวมถึงสังเกตว่าประตู ทางเดิน และช่องทางออกมีสิ่งกีดขวางหรือไม่

2. เห็นควันหรือได้กลิ่นไหม้ อย่ารอดูสถานการณ์

เมื่อได้ยินสัญญาณเตือน เห็นประกายไฟ ได้กลิ่นไหม้ หรือพบควันผิดปกติ ควรรีบเคลื่อนตัวไปยังทางออกที่ปลอดภัยทันที อย่าเสียเวลารอประกาศซ้ำ ถ่ายคลิป หรือย้อนกลับไปเก็บกระเป๋า โทรศัพท์ และทรัพย์สิน

หลักสำคัญคือ “ออกไปแล้วต้องอยู่ข้างนอก” เพราะการย้อนกลับเข้าไปในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ อาจทำให้ติดอยู่ภายในหรือขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัย

3. เดินเร็ว แต่ไม่วิ่งและไม่ผลักกัน

เมื่อคนจำนวนมากตกใจและมุ่งหน้าไปยังประตูเดียวกัน อาจเกิดการเบียดเสียด ล้มทับ หรือปิดกั้นช่องทางออก ควรตั้งสติ เดินเร็วตามเส้นทางหนีไฟ ไม่วิ่งสวนทาง และไม่ผลักผู้ที่อยู่ด้านหน้า

หากมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำการอพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแนะนำให้ควบคุมสติ ใช้วิธีเดินเร็ว และอพยพผ่านเส้นทางหนีไฟอย่างเป็นระเบียบ

4. ใช้บันไดหนีไฟ ห้ามใช้ลิฟต์

ขณะเกิดไฟไหม้ ห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด เพราะกระแสไฟอาจถูกตัด ระบบลิฟต์อาจหยุดทำงาน หรือประตูลิฟต์อาจเปิดออกในบริเวณที่มีควันและความร้อน

ควรใช้บันไดหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉินที่กำหนด พร้อมปิดประตูด้านหลังเมื่อทำได้โดยไม่เสียเวลา เพื่อช่วยชะลอการแพร่กระจายของควันเข้าสู่เส้นทางหนีไฟ

5. เจอควันหนา ให้ก้มต่ำหรือคลาน

ควันและก๊าซร้อนมักลอยตัวขึ้นด้านบน หากต้องเคลื่อนผ่านบริเวณที่มีควัน ควรก้มตัวให้ต่ำหรือคลานใกล้พื้น แล้วมุ่งหน้าไปยังทางออกที่ปลอดภัยโดยเร็ว เพราะอากาศบริเวณใกล้พื้นมักมีควันน้อยกว่าด้านบน

อย่าเสียเวลาค้นหาผ้าเปียกหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จนทำให้การหนีล่าช้า เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการออกจากพื้นที่อันตรายให้เร็วที่สุด

6. ประตูร้อนผิดปกติ อย่าเปิด

ก่อนเปิดประตูที่ปิดอยู่ ให้ใช้หลังมือแตะตรวจความร้อนอย่างระมัดระวัง หากประตูหรือมือจับร้อน มีควันเล็ดลอดออกมาตามขอบประตู หรือได้ยินเสียงไฟอยู่ด้านหลัง ห้ามเปิดประตู เพราะอาจมีเปลวไฟและความร้อนสะสมอยู่อีกด้านหนึ่ง

ควรเปลี่ยนไปใช้ทางออกสำรอง หากทุกทางถูกปิดกั้น ให้เข้าไปอยู่ในห้องที่สามารถปิดประตูได้ โทรแจ้งตำแหน่งของตนเอง และส่งสัญญาณจากหน้าต่างหรือจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็น

7. ออกมาแล้วไปยังจุดปลอดภัย และห้ามกลับเข้าไป

เมื่อออกจากอาคารได้แล้ว ให้เคลื่อนตัวไปยังจุดรวมพลหรือพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่ขวางเส้นทางรถดับเพลิงและรถพยาบาล ตรวจสอบสมาชิกในกลุ่ม และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากทราบว่ายังมีผู้ติดอยู่ภายใน

ไม่ควรกลับเข้าไปช่วยผู้ที่ติดอยู่ด้วยตัวเอง แต่ให้แจ้งตำแหน่งล่าสุดหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงแทน

หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพมหานคร โทรแจ้งสายด่วนดับเพลิงและกู้ภัย 199 ส่วนกรณีมีผู้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 พร้อมบอกสถานที่เกิดเหตุ จุดสังเกต จำนวนผู้บาดเจ็บ และลักษณะอาการให้ชัดเจน
Article Image

ความปลอดภัยเริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

ครั้งต่อไปที่เข้าไปในร้านอาหารหรือสถานบันเทิง อย่ามองหาเพียงโต๊ะว่าง ห้องน้ำ หรือจุดถ่ายรูป แต่ควรมองหาป้ายทางออกและเส้นทางหนีไฟด้วย เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควันที่หนาทึบ ความมืด เสียงดัง และความตื่นตระหนก อาจทำให้การตัดสินใจยากขึ้น

จำง่าย ๆ ว่า เข้าร้านมองทางออก เห็นควันรีบออก ก้มต่ำ ไม่ใช้ลิฟต์ และออกแล้วไม่กลับเข้าไป” ความรู้เพียงไม่กี่ข้อ อาจกลายเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยชีวิตเราและคนรอบข้างได้