วันที่ 13 ก.ค.69 - ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. เปิดเผยถึงแนวทางการดูแลสิทธิ์การรักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บจากเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ร้านอาหารและโรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่า สปสช. ได้เร่งเข้าประสานงานกับหน่วยบริการในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระให้แก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว
โฆษก สปสช. เน้นย้ำว่า สำหรับผู้ประสบเหตุที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงหรืออยู่ในภาวะฉุกเฉินวิกฤติตั้งแต่แรกรับ สามารถใช้สิทธิ์ UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิ์ทุกที่) เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทันทีทุกแห่งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน โดยได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ไม่ต้องสำรองจ่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หรือจนกว่าผู้ป่วยจะพ้นขีดอันตราย หลังจากนั้น สปสช. จะทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งตัวผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อเนื่องในสถานพยาบาลตามสิทธิ์อย่างเหมาะสม
ในส่วนของผู้บาดเจ็บที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต แต่เป็นผู้ถือสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ "สิทธิ์บัตรทอง 30 บาท" ระบบหลักประกันสุขภาพมีหลักเกณฑ์กฎหมายตามมาตรา 7 รองรับการดูแลรักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินอยู่แล้ว ซึ่งโรงพยาบาลสามารถให้การรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพได้ทันที และดำเนินการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายผ่านระบบของ สปสช. ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ล่าสุด สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าติดตามข้อมูลและประสานงานกับโรงพยาบาลต่างๆ ที่รับตัวผู้ป่วยไว้รักษา เพื่อดูแลเรื่องการส่งต่อและการเบิกจ่ายเงินอย่างเป็นระบบ จึงขอให้ผู้เดือดร้อนและญาติมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ หากโรงพยาบาลหรือประชาชนพบข้อขัดข้องในการตรวจสอบสิทธิ์ การประสานส่งต่อ หรือการเบิกจ่าย สามารถติดต่อประสานงาน สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร หรือสายด่วน สปสช. โทร. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง






