สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งที่พุ่งพุ่งสูงขึ้น ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าขั้นวิกฤต ล่าสุดกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าได้ทำลายเป้าหมายทางทหารของอิหร่านไปแล้วกว่า 90 แห่ง โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสกัดกั้นการคุกคามเส้นทางเดินเรือพาณิชย์โลก ส่งผลให้ปริมาณเรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านทางการอิหร่านออกมาเปิดเผยความสูญเสียจากการถูกสหรัฐฯ โจมตีในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 14 ราย และบาดเจ็บกว่า 78 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด โดยเป้าหมายที่ถูกโจมตีรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างเส้นทางรถไฟระหว่างกรุงเตหะรานและเมืองมัชฮัด นอกจากนี้ยังมีรายงานที่น่ากังวลว่ามีจรวดไปตกในพื้นที่รอบนอกของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชร์อีกด้วย เพื่อเป็นการตอบโต้ อิหร่านได้ระดมโจมตีทรัพย์สินและฐานทัพของสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน กาตาร์ และอิรัก รวมถึงมีเสียงไซเรนเตือนภัยดังระงมในจอร์แดน ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าไม่มีการปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมในพื้นที่อิหร่านในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางไฟสงครามที่กำลังคุกรุ่น อิหร่านได้จัดพิธีฝังร่างของ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ณ เมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นบ้านเกิดทางตะวันออกของประเทศ โดยมีประชาชนมหาศาลเข้าร่วมไว้อาลัยในวันสุดท้ายของพิธีศพที่ดำเนินมานานถึง 6 วัน แต่สิ่งที่กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาคือการไร้วี่แววของ มอจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้ได้รับการวางตัวเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด ซึ่งยังไม่มีใครพบเห็นเขาปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ที่บ้านเมืองกำลังเผชิญกับศึกรอบด้าน