จากกรณีเหตุระทึกขวัญบริเวณถนนประชาธิปก ใกล้แยกวงเวียนใหญ่ เมื่อพื้นผิวจราจรเกิดการทรุดตัวลงอย่างรุนแรง สาเหตุมาจากการตรวจพบน้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าเกิดจากข้อบกพร่องของเนื้อคอนกรีต ส่งผลให้น้ำใต้ดินไหลเข้าสู่อุโมงค์ในปริมาณมหาศาล จนทำให้ชั้นดินบริเวณดังกล่าวอ่อนตัวและเกิดการทรุดตัวของถนนตามมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจพบสัญญาณอันตรายจากการเคลื่อนตัวของอาคารพาณิชย์โดยรอบและรอยร้าวหลายจุด ทำให้ต้องสั่งปิดพื้นที่และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุโศกนาถกรรมอาคารถล่ม
ขณะนี้ กรุงเทพมหานครได้สั่งการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ พร้อมประกาศอพยพประชาชนออกจากอาคารที่มีความเสี่ยงสูงจำนวน 2-3 อาคารเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีการปิดการจราจรบนถนนประชาธิปก ตั้งแต่ช่วงสี่แยกบ้านแขกมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนจากรถยนต์และเปิดทางให้เจ้าหน้าที่จากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับเหมา เร่งนำเครื่องจักรเข้าอุดรอยรั่ว ลดแรงดันน้ำใต้ดิน และก่อสร้างกำแพงกันน้ำเพื่อความมั่นคงแข็งแรง โดยคาดการณ์ว่าการซ่อมแซมจะใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์
บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน รวมถึงทีม USAR Thailand และจิตอาสากองทัพบก ได้ระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์และตรวจวัดความมั่นคงของโครงสร้างอาคารตลอด 24 ชั่วโมง เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการร้านค้าในละแวกนั้น ซึ่งส่วนใหญ่จำใจต้องปิดให้บริการเนื่องจากความไม่ปลอดภัยและพื้นที่ถูกปิดกั้น ขณะที่ร้านค้าบางส่วนที่ยังเปิดอยู่ต่างบ่นอุบว่ายอดขายลดฮวบ และมีความกังวลอย่างมากว่าความเสียหายจะลุกลามมาถึงอาคารที่พักอาศัยของตนเองจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ในระยะยาว
สำหรับการจราจรบริเวณวงเวียนใหญ่และเส้นทางเชื่อมต่อยังคงวิกฤต เนื่องจากมีการเบี่ยงเส้นทางและปิดเลนจราจรบางส่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางถนนประชาธิปกหากไม่มีความจำเป็น และขอให้ติดตามประกาศสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าการประเมินความปลอดภัยจะเสร็จสิ้นและยืนยันว่าพื้นที่กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
















