วันที่ 10 ก.ค.69 - คดีแอร์มีนามีความคืบหน้าอีกครั้ง หลังตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา สามารถควบคุมตัวชายผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “Rin Rin – ริน ริน” ได้ในพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในผู้ประสานงานสำคัญของเครือข่ายลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับคดีแอร์โฮสเตสสาวไทยถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย
ผู้ต้องหารายดังกล่าวคือ นายเอกวิทย์ ยงณิชกุล หรือ เพ้ง หรือ “ริน ริน” อายุ 41 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวสอบสวนและเตรียมนำตัวเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อขยายผลผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายต่อไป
พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับว่าจ้างจากผู้ใช้บัญชีชื่อ “Rose Rose” เป็นเงินประมาณ 100,000 บาท และเป็นผู้ว่าจ้างนายอุทัยให้ลำเลียงเฮโรอีนไปส่งต่อให้ น.ส.มีนา หรือ “แอร์มีนา” ตามที่ปรากฏในสำนวนการสืบสวน
จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ นายเอกวิทย์ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ส่งต่อเฮโรอีนที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าผ้าลายช้างให้กับนายอุทัย ก่อนที่นายอุทัยจะเดินทางโดยรถโดยสารจากพื้นที่ภาคเหนือไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นมีการว่าจ้างนายอติราช หรือเป้ ให้ขับรถยนต์โตโยต้า ยาริส เอทีฟ นำกล่องพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีนไปส่งให้ น.ส.มีนา ที่บริเวณคอนโดมิเนียมย่านบางนา และมีพัสดุอีกชุดถูกนำไปส่งในพื้นที่ซอยเสือใหญ่อุทิศ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
รายงานการสืบสวนยังระบุว่า ก่อนส่งกล่องพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีน นายอุทัยเคยเดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา และเช่าอพาร์ตเมนต์ใกล้สถานีขนส่งในช่วงวันที่ 17–19 มิถุนายน 2569 โดยใช้เงินสดชำระค่าที่พัก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการเดินทางและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเส้นทางการเงินที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยมีเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารของภรรยานายอุทัยรวมกว่า 1 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ครั้ง คือ 200,000 บาท และ 800,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับค่าจ้างลำเลียงยาเสพติดหรือเครือข่ายผู้สั่งการหรือไม่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเครือข่ายดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องหลายระดับ ตั้งแต่ผู้ใช้บัญชีไลน์ “Rin Rin” ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Rose Rose” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ติดต่อผ่านข้อความไปหา น.ส.มีนา เพื่อขอฝากหิ้วพัสดุกระเป๋าปักลายช้างไปยังประเทศออสเตรเลีย รวมถึงหญิงไทยที่ปรากฏชื่อเป็นผู้รอรับพัสดุปลายทาง และผู้สั่งการระดับสูงซึ่งคาดว่าอาจกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผลของเจ้าหน้าที่ โดยตำรวจจะตรวจสอบทั้งเส้นทางยาเสพติด เส้นทางการเงิน การติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีนี้ยังเป็นคดีสำคัญที่สะท้อนรูปแบบการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ โดยใช้การรับฝากสิ่งของ การว่าจ้างบุคคลทั่วไป และการซุกซ่อนยาเสพติดในกระเป๋าหรือพัสดุอำพราง เจ้าหน้าที่จึงย้ำเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการรับฝากของหรือรับหิ้วพัสดุจากบุคคลไม่รู้จัก โดยเฉพาะการเดินทางออกนอกประเทศ เพราะอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดโดยไม่รู้ตัว






