มท.ยุคใหม่ลุยจัดระเบียบสังคม! “รมช.พลพีร์” ขานรับนโยบาย "อนุทิน" สั่งเดินหน้า ฉก. 5 ชุด ยึดหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ขีดเส้นรายงานผลทุก 30 วัน ปราบปรามเชิงรุกทั่วประเทศ

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569  นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย (ฉกอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม อาทิ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง, นายแพทย์ภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารมช.มหาดไทย, นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย และนายพีรพร สุวรรณฉวี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ณ ห้องประชุมราชสีห์ อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
.
นายพลพีร์ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมฯ เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงปลอดภัย ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การฉ้อโกงไซเบอร์ การฟอกเงิน และเครือข่ายผิดกฎหมาย โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 บูรณาการหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครอง แบ่งเป็น 5 ชุดเฉพาะกิจ ดังนี้ 
1. ฉกอ. – ชุดเฉพาะกิจอำนวยการจัดระเบียบสังคม
2. ฉกป. – ชุดเฉพาะกิจป้องกันการกระทำอันขัดต่อนโยบายการจัดระเบียบสังคม
3. ฉกจ. 1 – ชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม ที่ 1
4. ฉกจ. 2 – ชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม ที่ 2
5. ฉกส. – ชุดเฉพาะกิจสืบสวนและขยายผลจัดระเบียบสังคม
.
นอกจากนี้ นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานโดยยึดหลัก "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" ของนายกรัฐมนตรี มุ่งพิจารณาจากการกระทำผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ และปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย ไม่ยอมให้ชาวต่างชาติเข้ามาสวมสิทธิหรือเบียดเบียนเศรษฐกิจไทย พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยยกระดับการทำงานผ่าน 3 แนวทางหลักได้แก่ 
• Reform (ปฏิรูป): เพิ่มความเข้มข้นในกระบวนการทางกฎหมาย
• Reset (ตั้งหลักใหม่): ปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ในจุดที่เคยถูกสังคมตั้งคำถาม
• Enforce (บังคับใช้เด็ดขาด): บังคับใช้ระเบียบกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย

ทั้งนี้ รมช.มหาดไทย สั่งฝ่ายปกครองระดับจังหวัดและอำเภอทำงานเชิงรุก สแกนพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการและโรงแรมผิดกฎหมายทั่วประเทศ และหาต้นตอปัญหา ทั้งช่องโหว่กฎหมาย และการละเว้นหน้าที่ รวมถึงคุมเข้มเรื่องการสวมสัญชาติออกบัตรประชาชนและเอกสารสิทธิโดยมิชอบ นอกจากการปราบปรามแล้ว มหาดไทย จะต้องทำงานเชิงรุกด้านการป้องปรามและบริการ โดยนำระบบดิจิทัลมาใช้ เช่น ระบบ Social Listening การลงทะเบียนออนไลน์ และเปิดคลินิกให้คำปรึกษาการขออนุญาตที่ถูกต้อง รวมถึงปรับปรุงการจัดโซนนิ่งให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจและความปลอดภัย อีกทั้งยังได้กำหนดให้ชุดเฉพาะกิจอำนวยการฯ (ฉกอ.) ประชุมร่วมกันทุกวันพุธที่ 2 ของเดือนเพื่อติดตามงาน และต้องรายงานผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนต่อผู้บริหารและประชาชนในทุกๆ 30 วัน เพื่อมุ่งขับเคลื่อนนโยบายยกระดับเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และเรียกคืนความเชื่อมั่นความสงบสุขให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม  

Article Image