เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 - ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร โดยมีสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการเดินหน้ากฎหมายเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง และฝ่ายที่กังวลต่อสาระบางมาตราที่อาจสร้างข้อถกเถียงใหม่

ประเด็นสำคัญอยู่ที่มาตรา 11 ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีในขณะกระทำความผิด เดิมเป็นช่องทางให้เยาวชนในคดีการเมืองบางประเภทสามารถเข้าสู่กระบวนการแก้ไขฟื้นฟูแทนการดำเนินคดี หรือยื่นขอยุติคดีได้ แต่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดว่าไม่ให้นำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปใช้กับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายสนับสนุนร่างที่วุฒิสภาแก้ไข แต่ตั้งข้อสังเกตต่อความผิดบางมาตราที่อยู่ในขอบเขตการนิรโทษกรรม เช่น ความผิดเกี่ยวกับความลับของทางราชการ การช่วยเหลือผู้กระทำผิด และการช่วยเหลือผู้หลบหนีคดี โดยมองว่าต้องอธิบายให้ชัดว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองอย่างไร และไม่ควรเปิดช่องให้เกิดข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์แก่บุคคลบางกลุ่ม

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนหลักการออกกฎหมายนิรโทษกรรม และเห็นด้วยกับหลักการที่ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริต คดีมาตรา 112 รวมถึงคดีร้ายแรงที่ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการแก้ไขมาตรา 11 ซึ่งตัดช่องทางเยาวชนคดีมาตรา 112 ออกจากกระบวนการฟื้นฟู เป็นประเด็นที่ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอาจช่วยลดความขัดแย้งเกี่ยวกับสถาบันได้มากกว่าการปิดประตูทั้งหมด  นายอภิสิทธิ์ยังตั้งข้อสังเกตต่อการเพิ่มบัญชีแนบท้ายเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. อย่างไร และหากเขียนไว้ไม่ชัด อาจทำให้เกิดข้อกังวลว่ากฎหมายฉบับนี้ถูกใช้ตีความไปถึงกรณีอื่นที่ไม่ใช่เจตนารมณ์เดิมของกฎหมายนิรโทษกรรม

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เห็นด้วยกับหลักการนิรโทษกรรม แต่แสดงความกังวลว่าบทบัญญัติบางส่วนอาจถูกตีความให้ครอบคลุมคดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567 ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากไม่ต้องการให้เกิดความกำกวม กฎหมายควรระบุให้ชัดว่าความผิดตามมาตราใดบ้างที่ต้องยกเว้นจากการนิรโทษกรรม รวมถึงประเด็นคดีอั้งยี่และคดีฟอกเงินที่ควรเขียนให้ชัดเจนเช่นกัน

หลังสมาชิกอภิปรายครบถ้วน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบกับเนื้อหาที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 งดออกเสียง 2 เสียง ถือว่าร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว  ขั้นตอนต่อจากนี้ ร่างกฎหมายจะเข้าสู่กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยสาระของกฎหมายยังคงเป็นที่จับตา ทั้งในมิติการคลี่คลายคดีทางการเมือง การไม่รวมคดีมาตรา 112 และข้อกังวลเรื่องการตีความครอบคลุมคดีอื่นที่อาจสร้างความขัดแย้งรอบใหม่

Article Image