ทีมระบำใต้น้ำไทยเปิดยุคใหม่ ใช้ดาวรุ่งยกชุดลุยเอเชียนเกมส์ 2026 หลังนักกีฬาชุดใหญ่รีไทร์ทั้งหมด ส่งเก็บตัวยุโรป 1 เดือน กวาดแชมป์กลับไทยถึง 3 ประเทศ พร้อมเดินหน้ายกระดับทีมเต็มสูบ ตั้งเป้าสร้างผลงานให้ดีกว่าเดิม แม้ยอมรับศึกเอเชียยังเป็นงานหิน

สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย เดินหน้าปรับทัพครั้งใหญ่ในประเภทว่ายน้ำลีลา หรือ "ระบำใต้น้ำ" เพื่อเตรียมสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 โดยตัดสินใจผลักดันนักกีฬาดาวรุ่งขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่แบบยกทีม หลังนักกีฬารุ่นพี่เลิกเล่นทีมชาติทั้งหมดหลังจบการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33

เพื่อเร่งยกระดับศักยภาพ สมาคมฯ ส่งนักกีฬา 13 คน พร้อมทีมผู้ฝึกสอน 4 คน ไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศอิตาลีนาน 1 เดือน ก่อนตระเวนแข่งขันรายการต่าง ๆ ในยุโรปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสบการณ์ พัฒนาทักษะ เทคนิค ความแข็งแกร่ง และปรับรูปแบบการแสดงให้ได้มาตรฐานระดับโลก

ผลปรากฏว่า ทีมระบำใต้น้ำไทยสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้าแชมป์ถึง 3 รายการใน 3 ประเทศ ได้แก่ เมืองเบรสเซีย ประเทศอิตาลี, ศึกชิงแชมป์แห่งชาติฮังการี และรายการเยาวชนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นสัญญาณบวกก่อนเข้าสู่การแข่งขันระดับเอเชีย

รูปภาพบทความ

"โค้ชตึก" ธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การส่งนักกีฬาไปแข่งขันในยุโรปมีเป้าหมายหลักเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในอนาคต โดยหลังจากนี้จะประเมินศักยภาพอีกครั้งจากการแข่งขันเอเชียนเอจ กรุ๊ป แชมเปี้ยนชิพ 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 17-25 กรกฎาคมนี้ ก่อนสรุปความพร้อมสำหรับเอเชียนเกมส์

ด้าน "โค้ชลูกหว้า" ญาณินี จาตุรงคกุล ผู้ฝึกสอนทีมระบำใต้น้ำไทย ยอมรับว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ทีมชุดใหม่ถือเป็นความท้าทาย เพราะนักกีฬาส่วนใหญ่มีอายุเพียง 13-15 ปี และเพิ่งก้าวขึ้นมาแข่งขันในระดับทีมชาติชุดใหญ่ ทำให้ยังต้องสะสมประสบการณ์ในเวทีนานาชาติอีกมาก

รูปภาพบทความ

แม้โอกาสลุ้นเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์จะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องเผชิญคู่แข่งระดับมหาอำนาจอย่างจีน ญี่ปุ่น คาซัคสถาน และอีกหลายชาติที่มีศักยภาพเหนือกว่า แต่ทีมงานยังเชื่อมั่นว่าด้วยการเตรียมทีมอย่างเข้มข้นและประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการตระเวนแข่งขันในยุโรป จะช่วยให้ผลงานของทีมชาติไทยดีขึ้นกว่าการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา และเป็นการวางรากฐานสำคัญสู่อนาคตของวงการระบำใต้น้ำไทย