ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ เผยแพร่รายงานคาดการณ์ผลประกอบการ (Earnings Guidance) ประจำไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) โดยประเมินว่ากำไรจากการดำเนินงานจะพุ่งสูงขึ้นถึง 19 เท่า แตะระดับ 89.4 ล้านล้านวอน (ราว 5.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทุบสถิติกำไรรายไตรมาสสูงสุดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สาม มีปัจจัยหนุนหลักมาจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกจนเกิดภาวะซัพพลายตึงตัวและหนุนให้ราคาชิปปรับตัวสูงขึ้น

ในส่วนของรายได้รวม Samsung คาดว่าจะสร้างยอดขายได้ราว 171 ล้านล้านวอนในไตรมาสนี้ ซึ่งเติบโตขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึงสองเท่า ทางด้านนักวิเคราะห์จาก Counterpoint Research ระบุว่า ผลประกอบการครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานรายไตรมาสที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาของบริษัท ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับกลุ่มเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Nvidia ที่ทำสถิติไว้เมื่อต้นปี

นักวิเคราะห์จาก IDC ประเมินว่า ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และโครงสร้างพื้นฐาน AI มีปริมาณสูงมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จนส่งผลกระทบต่อการจัดหาชิปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป และคาดว่าสภาวะชิปตึงตัวนี้จะลากยาวไปจนถึงปีหน้า

ด้านความเคลื่อนไหวในตลาดทุน แม้มูลค่าตลาดหุ้นของ Samsung จะเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทร่วมชาติอย่าง SK Hynix (หุ้นพุ่งกว่า 200%) จะช่วยผลักดันให้ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้เติบโตขึ้นมากกว่า 80% ในปีนี้ แต่ราคาหุ้นของ Samsung ในตลาดหุ้นโซลเมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมากลับปรับตัวลดลงประมาณ 5.5% ซึ่งสอดคล้องกับกรณีของ Nvidia ที่รายงานกำไรทุบสถิติไปเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่ราคาหุ้นกลับร่วงลงในเวลาต่อมาเนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องการแข่งขันในอุตสาหกรรม

ปัจจุบันรัฐบาลเกาหลีใต้ได้เปิดเผยแผนการลงทุนมูลค่าอย่างน้อย 8.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการที่นำโดย Samsung และ SK Hynix ในการขยายศักยภาพการผลิตชิปของประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งในภูมิภาคเอเชีย ที่กำลังทุ่มเม็ดเงินมหาศาลสร้างโรงงานผลิตชิปเพื่อรองรับดีมานด์ในตลาดโลกเช่นกัน