นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าและผลการประเมินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการ “ไร่ละ 1,000 บาท” (ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่) โดยระบุว่าโครงการนี้เป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสภาพคล่องและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่พี่น้องชาวนาไทย

จากการประเมินผลพบว่า โครงการประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถโอนเงินถึงมือเกษตรกรได้แล้วกว่า 4.515 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 99.98 ของเป้าหมาย โดยใช้วงเงินสนับสนุนรวม 36,716.44 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่นาทั่วประเทศกว่า 36.71 ล้านไร่ สะท้อนถึงระบบการดำเนินงานที่แม่นยำและเข้าถึงเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า เงินสนับสนุนดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้เพื่อปัจจัยการผลิตที่จำเป็น ทั้งค่าปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และการเตรียมดิน ส่งผลบวกต่อภาคการผลิตอย่างชัดเจน ดังนี้:

1.ลดต้นทุนการผลิต: ลดลงเฉลี่ย 463.02 บาทต่อไร่ (ลดลง 12.22%)

2.เพิ่มผลผลิต: เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 79.29 กิโลกรัมต่อไร่ (เพิ่มขึ้น 16.85%)

3.เพิ่มมูลค่าผลผลิต: เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,898.50 บาทต่อไร่ (เพิ่มขึ้น 38.46%)

เมื่อคำนวณประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวม พบว่าโครงการนี้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 57,473.48 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.57 เท่าของวงเงินที่รัฐบาลสนับสนุนลงไป นอกจากนี้ เกษตรกรร้อยละ 58.09 ยืนยันว่าปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจริง และมีความพึงพอใจต่อโครงการในระดับมากที่สุด

ด้าน นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เสริมว่า สศก. ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 16,717 ครัวเรือน พบว่าระบบการโอนเงินผ่าน ธ.ก.ส. มีประสิทธิภาพสูงมาก อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปกระทรวงเกษตรฯ มีแผนจะต่อยอดจากการเยียวยารายฤดูกาล ไปสู่การสร้างความยั่งยืนในระยะยาว เช่น การพัฒนาระบบน้ำ การปรับปรุงคุณภาพดิน และการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรไทยเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน