รัฐบาลเร่งเตือนรีบผูกพร้อมเพย์ ก่อนหมดสิทธิ 19 ธ.ค. นี้  โฆษกรัฐบาล เผยข้อมูลสำคัญ  หลายหมื่นรายยังไม่ได้รับเงิน  เนื่องจากบัญชีมีปัญหา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ต  สำหรับกลุ่มเปราะบาง  โดยระบุว่า  การจ่ายเงินรอบสองเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567  มีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 73,967 ราย  แต่โอนเงินสำเร็จเพียง 30,268 ราย  ขณะที่อีก 43,699 ราย  ยังโอนเงินไม่สำเร็จ  ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 39,399 ราย และผู้พิการ 4,300 ราย

สาเหตุสำคัญที่ทำให้การโอนเงินไม่สำเร็จ  เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้เตรียมความพร้อมด้านบัญชีธนาคาร   โดยปัญหาหลักๆ  ได้แก่ 
-ยังไม่ผูกบัญชีพร้อมเพย์  กับเลขประจำตัวประชาชน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับเงิน มีจำนวนมากถึง 40,157 ราย  
-บัญชีธนาคารไม่มีความเคลื่อนไหว  ทำให้ธนาคารปิดบัญชีไปโดยปริยาย
-บางรายอาจไม่มีบัญชีธนาคาร หรือไม่สะดวกในการเปิดบัญชี
-เลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง อาจเกิดจากการกรอกข้อมูลผิดพลาด
-บัญชีธนาคารติดเงื่อนไขอื่นๆ  เช่น บัญชีถูกอายัด หรือมีปัญหาทางกฎหมาย

นายจิรายุ  กล่าวว่า  รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงิน  โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้พิการ  ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินในการดำรงชีวิต  จึงขอความร่วมมือลูกหลาน  ช่วยตรวจสอบและแนะนำญาติผู้ใหญ่  ให้รีบดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์  หรือแก้ไขปัญหาบัญชีธนาคาร  เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสได้รับเงินช่วยเหลือ

เปิด "ไทม์ไลน์"  โอกาสสุดท้าย 19 ธันวาคมนี้
วันที่ 3 ธันวาคม 2567 วันสุดท้ายสำหรับผู้พิการที่บัตรหมดอายุหรือสูญหาย ในการดำเนินการแก้ไข
วันที่ 16 ธันวาคม 2567 จะเป็นวันสุดท้ายสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการ ในการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน
วันที่ 19 ธันวาคม 2567  วันสุดท้ายของการโอนเงิน หากพ้นกำหนดนี้ จะถือว่าสละสิทธิ์ และกรมบัญชีกลางจะยุติการจ่ายเงิน

รัฐบาลย้ำว่า  โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน  จึงขอให้ทุกคนเร่งดำเนินการ  เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์โดยเร็วที่สุด