นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยความคืบหน้ากรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิง (แอร์โฮสเตส) ของสายการบินไทย ถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจออสเตรเลียจับกุมในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศ โดยระบุว่าสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครซิดนีย์ ได้เข้าให้ความช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานทีมทนายความเข้าดูแลในส่วนของคดีความแล้ว
สําหรับความคืบหน้าด้านคดีและการประสานงานระหว่างประเทศ ปัจจุบันผู้ต้องหายังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของทางการออสเตรเลียและสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศย้ําจุดยืนว่า ฝ่ายไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ต่อข้อซักถามเรื่องผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย นายสีหศักดิ์ชี้แจงว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้เป็นพฤติกรรมเฉพาะบุคคลซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสายการบินและทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ได้กําชับให้สายการบินไทยเพิ่มความเข้มงวดและทบทวนมาตรการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ํารอย
ส่วนกระแสความกังวลเรื่องการบอยคอตสายการบินไทยในการเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียนั้น ยอมรับว่าทางการออสเตรเลียจําเป็นต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบสัมภาระและลูกเรือเข้มงวดขึ้น แต่จากการวิเคราะห์เชื่อว่าการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากระบบข้อมูลและการข่าวเชิงลึกของฝั่งออสเตรเลีย ประกอบกับผู้ต้องหามีพฤติกรรมอันเป็นพิรุธชัดเจน จึงขอปล่อยให้ดําเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างตรงไปตรงมา




