สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังกรณีการรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของข้ามแดน หลังพบกลลวงของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจส่งผลให้ผู้รับหิ้วถูกดําเนินคดีทางกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

พฤติการณ์และกลลวงที่มิจฉาจักรมักใช้ในการหลอกลวง มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

  1. ปิดบังตัวสินค้า: ฝากหิ้วสัมภาระโดยไม่เปิดเผยสิ่งของภายใน อ้างว่าเป็นของฝากหรือของใช้ส่วนตัว และจัดเก็บไว้ในกระเป๋าที่ปิดผนึกอย่างมิดชิด

  2. ซุกซ่อนแนบเนียน: นําสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนปะปนมากับของใช้ทั่วไป เช่น ของขวัญ เสื้อผ้า รองเท้า ของเล่นเด็ก หรือของที่ระลึกต่างๆ

  3. ใช้ความสัมพันธ์บีบบังคับ: อาศัยความสนิทสนมของเพื่อน คนรู้จัก หรือติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยใช้คําพูดกดดันที่ทําให้ผู้รับหิ้วเกิดความเกรงใจและปฏิเสธได้ยาก

ทั้งนี้ ข้อกฎหมายไทยได้จําแนกประเภทสิ่งของที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวดไว้ดังนี้

  • กลุ่มสินค้าต้องห้ามเด็ดขาด (ฝ่าฝืนจับกุมและดําเนินคดีโทษหนักทันที): ยาเสพติด, บุหรี่ไฟฟ้า, สื่อลามกอนาจาร และสัตว์ป่าคุ้มครอง

  • กลุ่มสินค้าต้องกํากัด (ต้องมีใบอนุญาตนําเข้า-ส่งออกตามกฎหมาย): สัตว์มีชีวิต, อาหาร, เครื่องสําอาง, ยาและเวชภัณฑ์, อุปกรณ์สื่อสาร รวมถึงพืชพันธุ์ส่วนต่างๆ

สํานักงานตํารวจแห่งชาติจึงเน้นย้ําให้ประชาชนปฏิเสธการรับฝากสิ่งของจากบุคคลอื่นทุกกรณีหากไม่สามารถตรวจสอบสิ่งของภายในได้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการตกเป็นขบวนการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย