ช็อกวงการลูกหนังโลก! ปารากวัยสร้างหนึ่งในเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026 หลังดวลจุดโทษเอาชนะเยอรมนี 4-3 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย พร้อมจารึกประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สําเร็จเป็นครั้งแรกของชาติ

เกมนี้ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ตลอด 120 นาที โดยปารากวัยขึ้นนําก่อนจาก ฮูลิโอ เอ็นซิโซ ในนาทีที่ 42 ก่อนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะยิงตีเสมอให้เยอรมนีในนาทีที่ 54 ทําให้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

ฮีโร่ของเกมคือ ออร์ลานโด กิลล์ นายทวารทีมชาติปารากวัย ที่โชว์ฟอร์มสุดเหนียว เซฟจุดโทษได้ถึง 2 ครั้ง ขณะที่นักเตะเยอรมนีอีก 1 คนยิงพลาด ส่งให้ปารากวัยคว้าชัย 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างยิ่งใหญ่

หลังจบเกม กิลล์เปิดเผยว่า ความสําเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เป็นผลจากการเตรียมตัวอย่างละเอียด

"แน่นอนว่าเราวิเคราะห์ผู้เล่นทุกคนและทุกรายละเอียดของผู้ยิงจุดโทษมาแล้ว ขอบคุณพระเจ้าที่ผมสามารถเซฟจุดโทษได้ 2 ลูก รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้ทําให้ทีมอดีตแชมป์ตกรอบ นี่เป็นชัยชนะของชาวปารากวัยทุกคน"

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลปารากวัย เพราะเป็นการคว้าชัยในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังเป็นการโค่นอดีตแชมป์โลก 4 สมัยอย่างเยอรมนีได้สําเร็จ

ในทางกลับกัน เยอรมนีต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง โดยนอกจากจะพ่ายการดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกแล้ว ยังจอดป้ายก่อนถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน สะท้อนช่วงเวลาที่ยากลําบากของหนึ่งในมหาอํานาจลูกหนังโลก

จากการบ้านที่ทํามาอย่างหนัก สู่การเซฟสองครั้งที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ ออร์ลานโด กิลล์ กลายเป็นชื่อที่แฟนบอลปารากวัยจะไม่มีวันลืม และเป็นสัญลักษณ์ของค่ําคืนแห่งการล้มยักษ์ในฟุตบอลโลก 2026

ภาพ AFP

#ฟุตบอลโลก2026 #ปารากวัย #เยอรมนี #OrlandoGill #ดวลจุดโทษ #ล้มยักษ์ #WorldCup2026 #Paraguay #Germany #ฟุตบอลต่างประเทศ #ข่าวกีฬา #TV5HD #TV5HDONLINE