นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า โดยเตรียมผลักดันแผนการถอด "ค่าไฟสาธารณะ" ออกจากภาระค่าใช้จ่ายในบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่แบกรับต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี พร้อมเร่งบูรณาการโครงสร้างภายในของ 3 การไฟฟ้า เพื่อหาเงินชดเชยงบประมาณในส่วนนี้ปีละ 20,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าจะไม่มีการนําเงินภาษีของประชาชนมาใช้กลบภาระดังกล่าว

แนวทางนี้เกิดขึ้นจากการหารือร่วมกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีสมการในการคํานวณและเตรียมเข้าหารือเพิ่มเติมกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ รัฐสภา เพื่อสรุปแนวทางก่อนนําเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป

นอกจากนี้ แผนงานดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับนโยบายราคาค่าไฟ 3 บาท ใน 200 ยูนิตแรกของรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทยได้มอบนโยบายให้ 2 การไฟฟ้า (กฟน. และ กฟภ.) ปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าของมิเตอร์ชั่วคราวที่ประชาชนใช้งานอยู่เดิมหน่วยละ 7-8 บาท ให้ลดลงมาเหลือ 3 บาทเท่ากับอัตราค่าไฟที่อยู่อาศัยปกติ เพื่อลดภาระของผู้ใช้บริการ

สําหรับแนวทางการหาเงินชดเชยค่าไฟสาธารณะของท้องถิ่นรวม 20,000 ล้านบาทต่อปี มี 3 แนวทางหลัก คือ

  1. ตรวจสอบและบริหารจัดการกลไกการจ่ายภาษีภายในของทั้ง 3 การไฟฟ้า

  2. ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรภายในของแต่ละหน่วยงาน

  3. ลดการสูญเสียในระบบส่งไฟฟ้า (Loss) รวมถึงกระแสไฟที่ตีกลับไปยัง กฟผ. ซึ่งเดิมถูกคิดรวมเป็นต้นทุนของประชาชน

ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยช่วยดูแลค่าไฟสาธารณะของท้องถิ่นอยู่ประมาณร้อยละ 10 ซึ่งการแยกภาระส่วนนี้ออกมาทั้งหมดจะช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนํางบประมาณไปพัฒนาพื้นที่ได้เต็มที่ โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายหลักคือการถอดค่าเอฟที (Ft) ออกจากระบบ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟรวมทั้งประเทศลง 20,000 ล้านบาทต่อปี และพยายามผลักดันมาตรการผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อความรวดเร็วในการบังคับใช้

ส่วนกรอบเวลาที่ค่าไฟจะปรับลดลงนั้น นายกรัฐมนตรีได้กําชับให้ดําเนินการโดยเร็วที่สุด แต่อยู่ระหว่างการบูรณาการแก้ปัญหาระยะยาวเกี่ยวกับต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชน รวมถึงการเข้าเจรจาหรือแนวทางไม่ต่อสัญญาในส่วนของเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) และการควบคุมค่าเวสเมนต์ (Vestment) ของค่าแก๊ส เพื่อทําให้ราคาจําหน่ายกระแสไฟฟ้าแก่ประชาชนลดลงตามกลไกตลาดอย่างยั่งยืน