“อนุทิน” ดึง EEC มาคุม  ชูวิสัยทัศน์ “ฮับอาหารโลก-ดาต้าเซ็นเตอร์” สยบข่าวลือขัดแย้ง เผย “พิพัฒน์” เสนอคืนงานเองเพื่อลดปัญหาปะทะ BOI ยันชัดจุดยืนไม่แก้สัญญารถไฟ 3 สนามบิน

แหล่งข่าวจากทําเนียบรัฐบาลเปิดเผยถึงเบื้องหลังกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบคําสั่งนายกรัฐมนตรีในการดึงสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC กลับมาอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเป็นการยกเลิกภารกิจเดิมของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เคยดูแลในส่วนนี้

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการพูดคุยอย่างเป็นกันเองระหว่างนายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายพิพัฒน์เป็นผู้เสนอให้นายกรัฐมนตรีนําโครงการ EEC กลับไปบริหารจัดการเอง เนื่องจากที่ผ่านมาการทํางานระหว่างสํานักงาน EEC และบีโอไอ (BOI) มักเกิดการปะทะกันในเชิงนโยบายและการปฏิบัติงาน การให้ผู้นํารัฐบาลดูแลโดยตรงจะช่วยให้ทั้งสองหน่วยงานทํางานสอดประสานกันได้ดียิ่งขึ้น

นายอนุทิน มีแผนที่จะสวมบทบาทเป็น "หัวหน้าทีมขาย" ของประเทศไทย โดยจะนําโครงการ EEC มานําเสนอให้นักลงทุนต่างชาติในมุมมองใหม่ ปรับเปลี่ยนจากการเน้นอุตสาหกรรมหนักแบบเดิมที่ใช้ทรัพยากรสูง ไปสู่การเป็น "ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก" และ "ฮับดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)" ของภูมิภาค โดยมีเงื่อนไขสําคัญคือโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ต้องมีโรงไฟฟ้าแบบ Direct PPA และแหล่งน้ําของตนเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อทรัพยากรส่วนรวมของประเทศ พร้อมทั้งเตรียมกําหนดอัตราค่าไฟประเภทใหม่สําหรับกลุ่มที่ใช้พลังงานสูงเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการโยกงานครั้งนี้ไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากทั้งนายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์มีจุดยืนตรงกันคือ "ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญา" โดยนายกรัฐมนตรีระบุชัดเจนว่าไม่ต้องการรับความเสี่ยงในโครงการดังกล่าว การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศเป็นหลัก