รัฐบาลโชว์ "Agri-Map" ปรับที่ดินแล้ว 1.18 ล้านไร่ ดันรายได้พุ่ง-ลดความเสี่ยงขาดทุน ย้ําเกษตรกรมีรายได้เพิ่มเฉลี่ยกว่า 4 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ช่วยรัฐประหยัดงบพยุงราคาข้าวได้กว่า 4.3 พันล้านบาท มุ่งยกระดับสู่เกษตรอัจฉริยะเต็มตัว

วันนี้ (15 มิ.ย. 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับภาคเกษตรกรรมไทย โดยระบุว่ารัฐบาลภายใต้การนําของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งผลักดันการใช้ระบบ "Agri-Map" หรือแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อเป็นเครื่องมืออัจฉริยะให้เกษตรกรวางแผนการปลูกพืชได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

ระบบ Agri-Map ทําหน้าที่เป็นเหมือน "เข็มทิศการเกษตร" ที่บูรณาการข้อมูลทั้งด้านดิน น้ํา พืช และความต้องการของตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเกษตรกรตัดสินใจว่าพื้นที่ของตนควรปลูกพืชชนิดใดจึงจะคุ้มทุนที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนสู่ระบบเกษตรผสมผสาน

ผลการดําเนินงานตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน พบความสําเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:

1.ปรับเปลี่ยนพื้นที่แล้ว: รวมกว่า 1,184,933 ไร่ทั่วประเทศ ครอบคลุมเกษตรกร 164,359 ราย

2.รายได้เพิ่มขึ้น: เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4,265 บาทต่อไร่ หรือประมาณ 44,535 บาทต่อครัวเรือน บางพื้นที่รายได้พุ่งสูงถึง 50-300%

3.ลดภาระรัฐ: ช่วยลดงบประมาณในการเยียวยาและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้มากกว่า 4,366 ล้านบาท

ตัวอย่างความสําเร็จที่ชัดเจนเกิดขึ้นในจังหวัดสกลนคร ซึ่งเกษตรกรเปลี่ยนจากการทํานาเชิงเดี่ยวที่เคยขาดทุนปีละเกือบ 5 หมื่นบาท มาเป็นเกษตรผสมผสานจนสร้างรายได้สุทธิกว่า 2.1 แสนบาทต่อปี ทําให้มีความมั่นคงในอาชีพและลดภาระหนี้สินได้จริง

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ย้ําว่า รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนา Agri-Map ให้เป็นเทคโนโลยีตัดสินใจอัจฉริยะที่เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว