น้ํามันโลกพุ่งกระฉูดรับศึกใหม่! สอท. ยันไทยสต็อกแน่นสํารองสูงกว่าปกติ 10 วัน มั่นใจพลังงานไม่ขาดแคลน ขณะนี้โรงกลั่นปรับกลยุทธ์ลดพึ่งพาตะวันออกกลางเหลือ 30% กระจายแหล่งนําเข้าสหรัฐฯ-แอฟริกา สยบกังวลวิกฤตยืดเยื้อ ขณะที่ "ทรัมป์" ไม่หวั่นเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งแตะ 4.2% เชื่อสถานการณ์จะคลี่คลายทันทีหลังสงครามจบ

สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังเกิดการโจมตีตอบโต้กันรอบใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สถานการณ์ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยราคาน้ํามันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 1.48 ดอลลาร์สหรัฐ ไปอยู่ที่ 94.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ํามันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น 1.71 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 91.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงถึง 4.2% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าไม่กังวลต่อตัวเลขดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการสะท้อนต้นทุนพลังงานจากสงครามอิหร่านและจะกลับสู่ภาวะปกติเมื่อเหตุการณ์ยุติ

สําหรับประเทศไทย นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ํามันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ยืนยันว่าไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงานอย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ํามันดิบในระบบสํารองสูงกว่าระดับปกติประมาณ 10 วัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศแม้สถานการณ์โลกจะยืดเยื้อ

ทั้งนี้ กลุ่มโรงกลั่นได้ปรับแผนเชิงรุกด้วยการกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งนําเข้า โดยลดสัดส่วนการพึ่งพาน้ํามันดิบจากตะวันออกกลางที่เคยสูงถึง 60% ให้เหลือเพียง 30% และหันไปนําเข้าจากแหล่งอื่น เช่น แอฟริกาตะวันตกและสหรัฐอเมริกาแทน นอกจากนี้ น้ํามันส่วนใหญ่ยังถูกรับมอบผ่านท่าเรือนอกช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงหากมีการปิดเส้นทางเดินเรือสําคัญ โดยสภาอุตสาหกรรมฯ ย้ําว่าความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ค้าโลกจะช่วยให้ไทยไม่เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานอย่างแน่นอน