วุฒิสภาลงพื้นที่นครนายก เดินหน้าติดตามปัญหาเร่งด่วนที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง ทั้งวิกฤตประตูน้ําบางเม่าชํารุด ปัญหาที่ดินทับซ้อนกับที่ดินของรัฐ ช้างป่าบุกรุกชุมชน และปัญหาสาธารณูปโภค น้ําท่วม–มลพิษ พร้อมเร่งผลักดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม หวังยุติปัญหาสะสมยาวนานและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

ที่ห้องประชุมดงละคร ศาลากลางจังหวัดนครนายก ร.ต.ท.สัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ให้การต้อนรับคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออก นําโดย นายโชคชัย กิตติธเนศวร รองประธานกรรมการ คนที่สาม พร้อมด้วย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง และสมาชิกวุฒิสภา ในการประชุมรับฟังปัญหาและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขประเด็นสําคัญของจังหวัด

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตา คือ “ประตูน้ําบางเม่า” ซึ่งถือเป็นหัวใจสําคัญของระบบส่งน้ําเพื่อการเกษตร หลังชํารุดจนไม่สามารถกักเก็บน้ําได้ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยขณะนี้การซ่อมแซมคืบหน้าราว 70% ใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท พร้อมกําชับหน่วยงานเร่งดําเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อยุติความเดือดร้อนของประชาชนที่เผชิญปัญหามานานหลายปี

อีกปมร้อนคือ ปัญหาที่ดินทํากินทับซ้อนกับที่ดินของรัฐ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนกว่า 500 ครัวเรือนไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์และเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ แม้มีหลักฐานการครอบครองและอยู่อาศัยมาก่อนปี 2490 โดยวุฒิสภาเตรียมประสานกรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาทางออกและคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน

ขณะเดียวกัน “วิกฤตช้างป่าบุกชุมชน” ยังคงเป็นภัยคุกคามสําคัญของนครนายก หลังเกิดเหตุช้างป่าออกนอกพื้นที่หลายร้อยครั้งในรอบ 5 ปี มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรและทรัพย์สินของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

จังหวัดนครนายกจึงยกระดับมาตรการป้องกันด้วยการนํา เทคโนโลยี AI และระบบตรวจจับอัจฉริยะ มาเฝ้าระวังและแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการติดตั้งรั้วไฟฟ้า ไซเรน ป้ายเตือน และเครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงและปกป้องชีวิตประชาชนให้ได้มากที่สุด

ภายหลังการประชุม คณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านวัดตําหนักและพื้นที่โดยรอบสนามกอล์ฟรอยัล ฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา เพื่อติดตามสถานการณ์ช้างป่าอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันการขยายระบบตรวจจับและแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของวุฒิสภาในการรับฟังเสียงประชาชนจากพื้นที่จริง เพื่อนําข้อเท็จจริงและปัญหาที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการผลักดันเชิงนโยบาย หวังคลี่คลายปัญหาเรื้อรังที่กระทบวิถีชีวิตประชาชน และสร้างความมั่นคงด้านคุณภาพชีวิตให้ชาวนครนายกในระยะยาว