พรรคประชาธิปัตย์เคลื่อนพลครั้งใหญ่เปิดฉากลุยสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ควงคู่ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันลงพื้นที่เดินหน้าหาเสียงปั๊มคะแนนนิยมในช่วงวันหยุด ณ บริเวณตลาดวัดแขก ย่านสีลม ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสําคัญที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยบรรยากาศหน้างานเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของตลาดเช้าพากันเข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพร่วมกับแกนนําพรรคอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการยื่นหนังสือร้องเรียนฝากวิกฤตปัญหานานัปการในท้องที่ให้ทีมประชาธิปัตย์รับไปสะสางแก้ไขหากชนะการเลือกตั้งได้เข้าไปนั่งเก้าอี้บริหารสูงสุดของเสาชิงช้า

ทางด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี ได้กล่าวแถลงวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สภาพเศรษฐกิจเมืองหลวงว่า ปัจจุบันกําลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด กรุงเทพมหานครจึงจําเป็นต้องออกตัวแรงเร่งสนับสนุนช่องทางการทํามาหากินของประชาชนพ่วงการจัดวางระบบคมนาคมให้เดินทางสัญจรสะดวก รวดเร็ว และสะอาด โดยเฉพาะการปฏิรูประบบจัดเก็บขยะในย่านการค้าหลักให้เป็นระบบระเบียบเพื่อดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ ไฮไลต์เด็ดคือการกางแผนผลักดันและจัดระเบียบ “สตรีทฟู้ด” (Street Food) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และซอฟต์พาวเวอร์หลักที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการเข้ามาใช้บริการ โดยปชป.จะใช้โมเดลจัดระเบียบความเรียบร้อยไม่ให้รบกวนทางเท้าแต่ยังคงเสน่ห์การค้าขายไว้ เพื่อปูพรมขยายตัวเลขทางเศรษฐกิจให้เกิดความคล่องตัวในหลายเขตทั่วกรุง

นอกจากมาตรการฟื้นฟูปากท้องแล้ว นายอนุชาได้เปิดหน้าชกท้าชนปมร้อนทุจริตคอร์รัปชันในโครงสร้าง กทม. หรือระบอบตึกสํานักงานใหญ่ โดยเปิดเผยข้อมูลลับว่า ตนได้รับพยานหลักฐานข้อมูลตรงจากข้าราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครหลายราย ที่กล้าหักเหลี่ยมออกมาแฉเบาะแสความจริงว่า มีขบวนการทุจริตฝังรากลึกอยู่ในระบบการบริหารของ กทม. จริง ซึ่งในทางปฏิบัติการไล่ล่าหาใบเสร็จมามัดตัวทางกฎหมายอาจทําได้ยาก สิ่งสําคัญที่สุดที่จะล้างบางวงจรนี้ได้คือ ตัวผู้บริหารระดับหัวหรือผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีความสะอาด โปร่งใส และตั้งฐานการตรวจสอบได้จริง พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนใจให้ภาคประชาชนใช้วิจารณญาณตรวจเช็กประวัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง สก. และผู้ว่าฯ แต่ละคน ว่าเป็นกลุ่มอิสระตัวจริงตามที่อ้างสรรพคุณโฆษณาหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วแอบตั้งป้อมจับมือเป็นเนื้อเดียวกับกลุ่มอํานาจเก่าของอดีตผู้ว่าฯ กทม. เพื่อหวังเข้ามาสูบผลประโยชน์ในอนาคต ท้ายที่สุดตนน้อมรับคําพิพากษาและเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนในคูหาเลือกตั้ง