(6 มิถุนายน 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มอดีตลูกจ้างชั่วคราวรวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียนพบพิรุธในกระบวนการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ จํานวนรวม 7,588 อัตรา
โดยยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เกาะติดสถานการณ์หน้างานอย่างใกล้ชิด ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ออกคําสั่งด่วนที่สุด บี้ให้ สพฐ. เร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกข้อร้องเรียนและรายงานผลดีเดย์กลับมายังกระทรวงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคประชาชนว่าทุกขั้นตอนดําเนินการตามระเบียบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งสั่งกําชับไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ให้เอ็กซเรย์รายละเอียดคะแนนและกระบวนการคัดเลือกซ้ําอย่างรอบคอบ เพื่อเคลียร์ข้อกังวลใจของกลุ่มอดีตลูกจ้างเดิมที่ไม่ผ่านการคัดเลือก บล็อกช่องโหว่ปัญหาเด็กเส้นและระบบอุปถัมภ์อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้บอร์ด สพฐ. เร่งพิจารณาหามาตรการเยียวยาดูแลรองรับกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยจะนําเกณฑ์ประสบการณ์การทํางาน ความรู้ความสามารถหน้างาน และประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษามาเป็นตัวแปรสําคัญในการพิจารณาจัดสรรตําแหน่งงานทดแทนภายใต้กรอบกฎหมาย
ทางด้าน รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ําข้อเท็จจริงทางกฎหมายเพิ่มเติมว่า ระบบการคัดเลือกในรอบนี้จําเป็นต้องดําเนินการภายใต้กรอบระเบียบภาครัฐที่กําหนดให้มีการเปิดรับสมัครเป็นการทั่วไปและประกาศเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อล็อกความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ผู้มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์สามารถเข้าถึงตําแหน่งงานได้อย่างเท่าเทียมตรวจสอบได้ ส่งผลให้สนามสอบครั้งนี้มีทั้งกลุ่มบุคลากรเดิมที่มีชั่วโมงบินประสบการณ์สูงและกลุ่มผู้สมัครสอบรายใหม่ที่มีศักยภาพสอบผ่านเกณฑ์เข้ามา ยืนยันว่ารัฐบาลให้คะแนนความสําคัญกับทั้งมิติด้านโอกาส ความเสมอภาค และความเป็นธรรมต่อผู้สมัครทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยกระทรวงศึกษาธิการพร้อมเปิดโต๊ะรับฟังความคิดเห็นและเบาะแสการทุจริตจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันรักษาผลประโยชน์สูงสุดของระบบโครงสร้างการศึกษาไทยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้สะอาดโปร่งใสที่สุด




